posttoday
จี้รัฐคุมเข้มแก๊งมังกร ใช้สายการบินไทยระดมทุน

จี้รัฐคุมเข้มแก๊งมังกร ใช้สายการบินไทยระดมทุน

07 เมษายน 2560

"ตลอดเวลาที่บุกเบิกสร้างแบรนด์ สายการบินโอเรียนท์ ไทย ให้เติบโตในชาติอาเซียน ผมพยายามปกป้องไม่ให้ต่างชาติเข้ามาถือครองหรือมีอำนาจการบริหารจัดการสายการบินไทย"

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

“ตลอดเวลาที่บุกเบิกสร้างแบรนด์ สายการบินโอเรียนท์ ไทย ให้เติบโตในชาติอาเซียน ผมพยายามปกป้องไม่ให้ต่างชาติเข้ามาถือครองหรือมีอำนาจการบริหารจัดการสายการบินไทย เพราะผลประโยชน์นั้นควรเป็นของคนไทยและประเทศไทย” คำกล่าวของ อุดม ตันติประสงค์ชัย อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ สายการบินสัญชาติไทยแท้

อุดม เล่าว่า ได้ขายหุ้นให้กับนักลงทุนจีนตั้งแต่ปี 2558 เพราะต้องการหยุดกิจการและผันตัวจากวงการบิน จึงได้ขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามาบริหารจัดการต่อเพื่อให้พนักงานในองค์กรที่เหลืออยู่สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ พร้อมมอบสิทธิอำนาจการบริหารงานทุกอย่างให้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่ตามกฎหมายไทยกำหนด โดยตัวเองได้ถือหุ้นบางส่วนเล็กน้อย  

อย่างไรก็ตาม ได้ตรวจสอบพบว่ากลุ่มดังกล่าวได้จัดสรรการถือสัดส่วนหุ้นเป็นต่างชาติ ถือหุ้นเกิน 50% แต่ให้คนไทยเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้บริหารแทนไม่ได้มีอำนาจหรือมีหุ้นอยู่เลย และไม่ได้มีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจการบินอย่างจริงจัง แต่ต้องการระดมทุนปั่นหุ้นที่เมืองจีนและสร้างภาพว่าถือครองการเป็นเจ้าของสายการบินในไทยฃ

ทั้งนี้ วัดได้จากเดิมสายการบินโอเรียนท์ มีฝูงบิน 20 ลำ ให้บริการกว่า 400 เที่ยวบิน/เดือน ปัจจุบันให้บริการเพียง 40 เที่ยวบิน/วัน และใช้เครื่องหมุนเวียนการบินเพียง 2 ลำ ทำให้บริษัทขาดทุนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดศาลแพ่งและศาลอาญา มีคำสั่งอายัดบัญชีธนาคารทุกบัญชีของโอเรียนท์ ไทย รวมถึงเครื่องบิน เพราะติดหนี้จำนวนมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

อุดม บอกว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึง อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เร่งตรวจสอบการบริหารจัดการสายการบินโอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ เนื่องจากพบว่ามีการกระทำความผิดทางอาญาอย่างร้ายแรง เพราะมีการปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุนจดทะเบียน รวมทั้งทำการบินโดยไม่มีใบสำคัญการจดทะเบียนและใบสำคัญสมควรเดินอากาศ ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อขั้นตอนที่จะนำไปสู่การปลดล็อกธงแดงจากองค์การการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมการบินไทย

“กระทรวงคมนาคม ต้องเร่งตรวจสอบควบคุมในเรื่องการถือหุ้นอย่างเข้มงวด เพราะขณะนี้ไทยเป็นประเทศที่ต่างชาติให้ความสนใจเพราะกฎหมายยังมีช่องว่างให้พวกมิจฉาชีพเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ได้ ผมเป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้นบริษัท โอเรียนท์ 1.25 ล้านหุ้น เป็นเสียงข้างนอก ไม่ใช่ผู้บริหารและไม่ใช่ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน แต่ไม่อาจทนเห็นกระทำผิดกฎหมายอาญาของผู้บริหารต่างด้าวกลุ่มนี้” อุดม กล่าว

นอกจากนี้ ควรแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ด้านการบินเข้ามาบริหารจัดการ เพราะวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือถึง จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท. เพื่อตรวจสอบโอเรียนท์ ไทย จงใจร่วมกันกระทำผิดกฎหมายอาญาอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีบุคคลต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุนจดทะเบียน ส่วนการบริหารงานและการดำเนินกิจการโดยคนต่างด้าว แต่คนไทยเข้ามาเป็นกรรมการ และการรายงานที่ประชุมบริษัทเป็นเท็จ เพราะไม่มีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด พร้อมให้ กพท.พิจารณาเพิกถอนระงับใบอนุญาตการบิน พร้อมดำเนินคดีกับบุคคลและนิติบุคคลดังกล่าว

แต่ปัจจุบันยังให้บริการการบินตามปกติ ซึ่งเกรงว่าจะผิดกฎการบินให้การโดยสารไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น ซึ่งไทยประสบปัญหาแก้ไขข้อบกพร่องด้านการบิน ตามที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ตรวจพบเพื่อให้ประเทศไทยปลดล็อกธงแดงได้ทันตามกำหนดเวลาปลายปีนี้

ด้านผู้อำนวยการ กทพ.ระบุว่า ได้เรียกผู้บริหารสายการบินโอเรียนท์ ไทย เข้ามาสอบถาม ซึ่งได้รับการยืนยันว่า สัดส่วนการถือหุ้นเป็นไปตามที่กฎหมายไทยกำหนด และไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการใด แต่ในทางปฏิบัตินั้นทาง กพท.จะต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกับกรมทะเบียนการค้าเพื่อตรวจสอบเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น

โดยเตรียมเรียกอดีตผู้บริหารโอเรียนท์ ไทย ให้ข้อมูลตามที่ร้องเรียนด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์