
มะกันลุยคุมแรงงานต่างชาติ
สหรัฐเพิ่มการตรวจสอบเอกชนที่ขอวีซ่า H-1B ให้พนักงานต่างชาติ สกัดใช้วีซ่าเอาเปรียบชาวอเมริกันซีเอ็นเอ็นรายงานว่า หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและพลเมืองสหรัฐ (ยูเอสซีไอเอส) ประกาศเพิ่มการตรวจสอบเอกชนที่ยื่นขอวีซ่าแรงงานมีทักษะ หรือ H-1B ให้ลูกจ้างต่างชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้นายจ้างใช้วีซ่าดังกล่าวเพื่อกีดกันพลเมืองสหรัฐที่มีทักษะความสามารถ โดยยูเอสซีไอเอสระบุว่า การว่าจ้างชาวต่างชาติให้เข้ามาทำงานในสหรัฐผ่านวีซ่าดังกล่าว ทำให้ชาวอเมริกันได้ค่าแรงน้อยลงและบั่นทอนโอกาสในการทำงานรายงานระบุว่า ยูเอสซีไอเอสจะเปลี่ยนมาตรวจสอบสถานที่ทำงานที่จ้างชาวต่างชาติราว 15% ของพนักงานโดยเฉพาะ จากเดิมที่ใช้การสุ่มตรวจบริษัทที่จ้างพนักงานต่างชาติก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ยูเอสซีไอเอสออกแนวทางการพิจารณาผู้ขอวีซ่า H-1B ด้วยการเพิ่มคุณสมบัติของโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการขอวีซ่าดังกล่าว โดยต้องแสดงหลักฐานยืนยันประสบการณ์ทำงานและความรู้เกี่ยวกับการเป็นโปรแกรมเมอร์ พร้อมระบุว่า โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับต้นของบริษัท ไม่ถือว่าเป็นอาชีพที่ใช้ทักษะพิเศษ ซึ่งยูเอสซีไอเอสระบุว่าแนวทางดังกล่าวมีผลบังคับในทันทีทั้งนี้ แ
สหรัฐเพิ่มการตรวจสอบเอกชนที่ขอวีซ่า H-1B ให้พนักงานต่างชาติ สกัดใช้วีซ่าเอาเปรียบชาวอเมริกัน
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและพลเมืองสหรัฐ (ยูเอสซีไอเอส) ประกาศเพิ่มการตรวจสอบเอกชนที่ยื่นขอวีซ่าแรงงานมีทักษะ หรือ H-1B ให้ลูกจ้างต่างชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้นายจ้างใช้วีซ่าดังกล่าวเพื่อกีดกันพลเมืองสหรัฐที่มีทักษะความสามารถ โดยยูเอสซีไอเอสระบุว่า การว่าจ้างชาวต่างชาติให้เข้ามาทำงานในสหรัฐผ่านวีซ่าดังกล่าว ทำให้ชาวอเมริกันได้ค่าแรงน้อยลงและบั่นทอนโอกาสในการทำงาน
รายงานระบุว่า ยูเอสซีไอเอสจะเปลี่ยนมาตรวจสอบสถานที่ทำงานที่จ้างชาวต่างชาติราว 15% ของพนักงานโดยเฉพาะ จากเดิมที่ใช้การสุ่มตรวจบริษัทที่จ้างพนักงานต่างชาติ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ยูเอสซีไอเอสออกแนวทางการพิจารณาผู้ขอวีซ่า H-1B ด้วยการเพิ่มคุณสมบัติของโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการขอวีซ่าดังกล่าว โดยต้องแสดงหลักฐานยืนยันประสบการณ์ทำงานและความรู้เกี่ยวกับการเป็นโปรแกรมเมอร์ พร้อมระบุว่า โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับต้นของบริษัท ไม่ถือว่าเป็นอาชีพที่ใช้ทักษะพิเศษ ซึ่งยูเอสซีไอเอสระบุว่าแนวทางดังกล่าวมีผลบังคับในทันที
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง โดยบลูมเบิร์กเปิดเผยว่า เมื่อปีที่แล้ว บรรดาบริษัทไอทีในสหรัฐยื่นขอวีซ่าให้โปรแกรมเมอร์รวมกันกว่า 1.3 หมื่นราย โดยโปรแกรมเมอร์คิดเป็นสัดส่วน 12% ของผู้ขอวีซ่า H-1B ในปี 2015 และโปรแกรมเมอร์ราว 40% ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับต้น
ขณะเดียวกัน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ออกประกาศเตือนไม่ให้บรรดานายจ้างใช้วีซ่า H-1B กีดกันชาวอเมริกัน และชาวอเมริกันไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ด้อยกว่า พร้อมเสริมว่า ทางกระทรวงจะเข้าไปดำเนินการสืบสวนและจัดการอย่างจริงจัง หากได้รับการร้องเรียนในประเด็นดังกล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงเปิดเผยว่า ทางการสหรัฐต้องใช้เวลาอีก 180 วัน ในการทบทวนกฎการอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่า H-4 ซึ่งเป็นคู่สมรสของผู้ถือวีซ่า H-1B ในการหางานทำในสหรัฐ โดยในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่า H-4 ทำงานได้ แตกต่างกับสมัยก่อนหน้า







