posttoday
ส่องตลาดเมียนมา ธุรกิจสุขภาพโตแรง

ส่องตลาดเมียนมา ธุรกิจสุขภาพโตแรง

16 มีนาคม 2560

“ธุรกิจสุขภาพ” เป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจดาวรุ่งไม่ว่าในประเทศไหน ยิ่งเป็นประเทศเปิดใหม่ที่การพัฒนาทางด้านระบบสาธารณสุขยังไม่มากแล้ว ยิ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่มีเทคโนโลยีทันสมัยจะเข้าไป อย่างเช่นในเมียนมา

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ธุรกิจสุขภาพ เป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจดาวรุ่งไม่ว่าในประเทศไหน ยิ่งเป็นประเทศเปิดใหม่ที่การพัฒนาทางด้านระบบสาธารณสุขยังไม่มากแล้ว ยิ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่มีเทคโนโลยีทันสมัยจะเข้าไป อย่างเช่นในเมียนมา

วิน ซอ อ่อง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีไลออนส์ กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญบริการด้านการสนับสนุนบริการทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาล รวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ ในเมียนมา เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจสุขภาพในเมียนมาเริ่มพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนหลังเมียนมาเปิดประเทศเข้าร่วมในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเมื่อปี 2555 ซึ่งทำให้ขนาดตลาดสุขภาพของเมียนมา 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นถึง 10 เท่าตัว

โดยบริษัทมองเห็นอนาคตที่สดใสในกลุ่มธุรกิจนี้ จึงลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นด้วยกันเองและพันธมิตรระดับนานาชาติ โดยบริษัทเป็นพันธมิตรมานานกว่า 22 ปีกับโรงพยาบาลบาโฮซี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในเมียนมา เป็นพันธมิตรกับกลุ่มบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (บีดีเอ็มเอส) ของไทย 15 ปี ที่ผ่านมา บริษัททำคลินิกพิเศษ และเป็นตัวแทนส่งต่อผู้ป่วยให้เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ นอกจากนี้ยังเข้า ไปในธุรกิจศูนย์บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ (แล็บ) ด้วย

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทร่วมมือกับบริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (เอ็น เฮลท์) ในเครือบีดีเอ็มเอส และโรงพยาบาลบาโฮซี ลงทุน 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 87.5 ล้านบาท) เปิดเอ็น เฮลท์ในเมียนมาแห่งแรกที่เมืองย่างกุ้ง เพื่อเป็นศูนย์บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ตั้งอยู่เดี่ยวๆ นอกโรงพยาบาล เงินลงทุน 60% เป็นของเอ็น เฮลท์ 20% ของบริษัท ซีไลออนส์ กรุ๊ป และ 20% ของโรงพยาบาลบาโฮซี

ศูนย์แห่งนี้ในช่วงเริ่มต้นเน้นสนับสนุนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในกลุ่มการตรวจวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น การทดสอบทางพันธุศาสตร์ (เจเนติก เทส) การตรวจภูมิแพ้ (อัลเลอจี้ เทส) และตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสโรคไข้เลือดออก โรคมาลาเรีย และโรควัณโรค นอกจากนี้ก็มีบริการตรวจวิเคราะห์แบบมาตรฐาน การตรวจร่างกายสำหรับโรงพยาบาลขนาดกลางและขนาดเล็กด้วย

สำหรับการร่วมมือกับพันธมิตรครั้งนี้เพราะบริษัทมองเห็นโอกาสในธุรกิจสุขภาพเพื่อรองรับการให้บริการกลุ่มพนักงานองค์กรและประชาชนเมียนมา ให้ได้ใช้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น เชื่อว่าเมื่อคนเมียนมาได้รับบริการด้านสุขภาพที่ดีขึ้นแล้วจะทำให้ประเทศนี้พัฒนาไปได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือคงไม่ได้หยุดแค่ในเมืองย่างกุ้ง มองว่าในอนาคตคงจะร่วมมือกันขยายศูนย์บริการเอ็น เฮลท์ในเมืองอื่นๆ ของเมียนมาที่มีศักยภาพด้วย โดยเมืองที่เป็นเป้าหมายต่อไปคือ มัณฑะเลย์ เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะขยายไปเมื่อใด

วิน มองว่า 3-5 ปีข้างหน้าเมียนมาจะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านในเรื่องการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน ทำให้คนที่ยังไม่เคยเข้าถึงบริการด้านนี้ในเมียนมาเข้ามามากขึ้นผ่านการทดลองรับบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพมากขึ้นจากเอ็น เฮลท์ ความท้าทายของธุรกิจสุขภาพในเมียนมาก็คือเรื่องการพัฒนาทักษะบุคลากร เพิ่มคุณภาพแพทย์ พยาบาล รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค ซึ่งบริษัทเชื่อว่าเมื่อมีการลงทุนใหญ่เช่นที่บริษัทร่วมกับเอ็น เฮลท์และโรงพยาบาลบาโฮซี ก็จะเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มบุคลากรที่มีทักษะด้านนี้ได้ เนื่องจากบุคลากรเมียนมาก็จะได้รับการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญของเอ็น เฮลท์

"วันนี้กับ 5 ปีที่แล้ว การใช้จ่ายภาครัฐด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก งบลงทุนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้น 100 เท่า นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเพราะรัฐบาลใหม่มีเป้าหมายทำให้คนในชาติเข้าถึงบริการทางการแพทย์ดีขึ้น ส่วนเอกชนเองหากเห็นตัวอย่างการลงทุนเริ่มต้นได้ดีคงจะมีการลงทุนใหม่ๆ ตามมาอีก" วิน กล่าว

นี่คือเครื่องสะท้อนความความตื่นตัวของธุรกิจสุขภาพในเมียนมา ซึ่งเอกชนที่ลงไปตีตลาดก่อนย่อมได้เปรียบกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท