posttoday
ธุรกิจ "แชริ่ง" กุมขมับ รัฐบาลโลกเริ่มคุมเข้ม

ธุรกิจ "แชริ่ง" กุมขมับ รัฐบาลโลกเริ่มคุมเข้ม

13 มีนาคม 2560

สิงคโปร์ และออสเตรเลีย เริ่มมีทิศทางที่เปลี่ยนไป โดยหันมาเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบกับแชริ่ง อีโคโนมี มากขึ้น

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ธุรกิจไรด์-แชริ่ง (Ride-Sharing) หรือบริการร่วมเดินทาง เช่น อูเบอร์ และแกร็บ นับเป็นส่วนหนึ่งขอเศรษฐกิจเพื่อการแบ่งปัน หรือ Sharing Economy โดยไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์สคาดการณ์ว่า ธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับโลกได้ถึง3.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2025 จากราว 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.25 แสนล้านบาท) ในปี 2016 ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายประเทศเปิดรับโอกาสดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกประเทศจะพร้อมเปิดรับเศรษฐกิจแบ่งปันรูปแบบใหม่นี้ โดยเฉพาะไรด์-แชริ่งอย่างอูเบอร์ ที่กระทบต่ออุตสาหกรรมแท็กซี่ดั้งเดิมมากที่สุด และทำให้เกิดการต่อต้านไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย และยังต้องยุติการให้บริการในบางแห่งทั่วโลกจากปัญหาข้อกฎหมาย อาทิ ไต้หวัน และฮังการี

ขณะที่ประเทศในแถบเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งได้ชื่อว่า “เป็นมิตร” กับเศรษฐกิจดิจิทัลมากที่สุด เช่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ก็เริ่มมีทิศทางที่เปลี่ยนไป โดยหันมาเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบกับแชริ่ง อีโคโนมี มากขึ้น โดยจับธุรกิจเหล่านี้เข้ามาอยู่ในกรอบของโลกความเป็นจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด

ออสเตรเลียไล่บี้เก็บภาษี

ออสเตรเลียซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นมิตรกับไรด์-แชริ่งมากที่สุดประเทศหนึ่งนั้น แต่ในช่วงปี 2016 ที่ผ่านมากรมสรรพากรออสเตรเลีย (เอทีโอ) ได้ตามเก็บภาษีกับผู้ขับขี่ไรด์-แชริ่ง ด้วยการตามรอยจากการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต เพื่อให้ผู้ขับขี่เหล่านั้นมาเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยจากข้อแนะนำในปัจจุบันของเอทีโอ ระบุว่า ผู้ขับขี่ไรด์-แชริ่งมีฐานะเดียวกับผู้ขับแท็กซี่ ดังนั้นผู้ขับขี่จะต้องคิดภาษีสินค้าและบริการ (จีเอสที) กับลูกค้าในแต่ละครั้งที่ให้บริการ และต้องสำแดงรายได้ รวมถึงลงทะเบียนเพื่อรับเลขธุรกิจ

จากข้อมูลของเอทีโอ พบว่า ในปัจจุบันมีผู้ขับขี่ไรด์-แชริ่ง ซึ่งรวมถึงอูเบอร์ และลิฟต์ คู่แข่งของอูเบอร์ ราว 6 หมื่นคน ในช่วงระหว่างปีงบประมาณ 2016-2017 และ 2017-2018

อย่างไรก็ตาม อูเบอร์ได้ยื่นประท้วงต่อศาลจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากอูเบอร์ไม่ถือว่าผู้ขับขี่อูเบอร์นั้นเป็นผู้ขับขี่แท็กซี่ และคอนเซ็ปต์ของอูเบอร์ คือ การแชร์รถร่วมกัน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับให้คนติดรถขึ้นมาและร่วมเดินทางไปด้วยกัน

“สรรพากรกำลังใช้กฎหมายเก่าเมื่อปี 1999 กับธุรกิจใหม่เอี่ยม”แบรด คิดช์คี ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะของอูเบอร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับแอร์บีเอ็นบี แอพพลิเคชั่นบริการแบ่งปันที่พัก หรืออีกนัยคือการจองที่พัก เอทีโอกลับไม่ได้บังคับเก็บภาษีจีเอสทีด้วย

สิงคโปร์ลั่นไกเตือน

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้รับเสียงชื่นชมในการเปิดรับธุรกิจแชริ่ง อีโคโนมี และมีเป้าหมายผลักดันธุรกิจดิจิทัลอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา สิงคโปร์ออกกฎห้ามเจ้าของบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ให้จองห้องพักต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งขัดต่อแอร์บีเอ็นบีที่เปิดให้จองที่พักในลักษณะดังกล่าวเป็นระยะสั้น โดยผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกปรับ 2 แสนเหรียญสิงคโปร์ (ราว 5 ล้านบาท) หรือจำคุกสูงสุด 1 ปี

นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบผู้ต้องสงสัยได้ง่ายขึ้น โดยได้รับอำนาจในการสอบปากคำและขอหลักฐานทางเอกสาร วิดีโอ หรือเข้าไปในที่อยู่อาศัยของผู้ต้องสงสัยเพื่อสอบปากคำ

จีนเชีย นักวิชาการผู้ศึกษาธุรกิจแชริ่ง อีโคโนมิก เปิดเผยว่า การให้บริการเช่าห้องพักในระยะสั้นนั้นเป็นธุรกิจที่อยู่ในส่วนสีเทาอยู่แล้ว และการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้นจะตามมา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามต่อโมเดลธุรกิจของแอร์บีเอ็นบี

ขณะที่ธุรกิจไรด์-แชริ่งอย่างอูเบอร์และแกร็บ ทางการสิงคโปร์ได้ออกกฎใหม่ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ โดยกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องยื่นเรื่องขอใบประกอบการ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้จากเว็บไซต์ และต้องสมัครภายในวันที่ 30 มิ.ย. จากนั้นผู้ขับขี่จะต้องเข้าอบรมเป็นเวลา 10 ชั่วโมง ภายใน 1 ปีหลังจากส่งใบสมัคร ซึ่งหากผู้ใดที่ลงทะเบียนไม่ทันวันที่ 30 มิ.ย.จะต้องหยุดให้บริการไรด์-แชริ่ง จนกว่าจะได้รับใบอนุญาต

อูเบอร์ คาดการณ์ว่า ค่าธรรมเนียมการขอใบประกอบการดังกล่าวจะอยู่ที่คนละ 250 เหรียญสหรัฐ (ราว 8,750 บาท) ซึ่งประกอบไปด้วยค่าธรรมเนียมการสมัคร อบรม และสอบ รวมถึงค่าสำหรับการตรวจสุขภาพ โดยค่าใช้จ่ายอาจมากกว่าที่คำนวณไว้ หากผู้ขับขี่จำเป็นต้องเข้าทดสอบความรู้ทางภาษาอังกฤษ

การต้องใช้จ่ายดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ขับขี่อูเบอร์และแกร็บหลายคนพิจารณาเลิกการขับขี่ไรด์-แชริ่ง อย่างไรก็ตามอูเบอร์และแกร็บต่างช่วยอุดหนุนค่าทำใบอนุญาตให้กับผู้ขับขี่ โดยวาร์เรนเซียง ผู้จัดการทั่วไปของอูเบอร์สิงคโปร์ ระบุว่า การช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับใบอนุญาตโดยเร็ว จะช่วยให้ผู้ขับขี่เหล่านั้นยังคงยึดอยู่กับแพลตฟอร์มของอูเบอร์ไว้ได้ เช่นเดียวกับโฆษกของแกร็บ ระบุว่า จะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ใบอนุญาตอย่างราบรื่นมากที่สุดเต็มความสามารถ

สเตรตไทมส์ รายงานอ้างรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ ระบุว่า มีผู้ขับขี่ภายใต้อูเบอร์และแกร็บ 1.05 หมื่นคน เท่ากับว่าค่าใช้จ่ายของทั้งสองบริษัทจะอยู่ที่ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 70 ล้านบาท)

ภาพ...เอเอฟพี 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท