
ครม.อนุมัติศึกษาแผนเก็บค่ายานพาหนะผ่านแดนกลุ่มอาเซียน
ครม.ไฟเขียวศึกษาแผนจัดเก็บค่ายานพาหนะผ่านแดนกลุ่มประเทศอาเซียนและค่าธรรมเนียมอาเซียนไฮเวย์ คาดใช้เวลาศึกษา 1 ปี ก่อนบังคับใช้ได้เลย คาดเริ่มต้นที่ 160 บาท
ครม.ไฟเขียวศึกษาแผนจัดเก็บค่ายานพาหนะผ่านแดนกลุ่มประเทศอาเซียนและค่าธรรมเนียมอาเซียนไฮเวย์ คาดใช้เวลาศึกษา 1 ปี ก่อนบังคับใช้ได้เลย คาดเริ่มต้นที่ 160 บาท
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมศึกษารายละเอียดการจัดเก็บค่าผ่านทางรองรับการขนส่งของประชาคมอาเซียน วงเงิน 15 ล้านบาท เพื่อทำการศึกษารูปแบบเทคโนโลยีการจัดเก็บ ระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางรวมถึงอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับยานพาหนะที่จะผ่านเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันยานพาหนะจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาตามแนวชายแดนนั้นยังไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ดังนั้นต้องศึกษาทั้งรูปแบบและระบบการจัดเก็บว่าจะทำอย่างไร อีกทั้งขณะนี้เพื่อนบ้านประเทศอาเซียนอย่างมาเลเซียกำลังจะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านแดนสำหรับยานพาหนะ ดังนั้นเราจึงต้องศึกษาค่าผ่านทางรองรับการขนส่งในอนาคตโดยเฉพาะการเชื่อมโยงทางถนนของภูมิภาคหรือ อาเซียนไฮเวย์ นอกจากนี้ยังเร่งศึกษาการจัดเก็บค่าผ่านทางเส้นทาง(โร้ดชาร์จ) โครงการทางหลวงอาเซียน หรืออาเซียนไฮเวย์ เพื่อนำเงินค่าผ่านทางดังกล่าวมาซ่อมบำรุงถนนอาเซียนไฮเวย์ในประเทศที่มีความเสียหายตามระยะเวลาการใช้งานรวมถึงยกระดับจัดเก็บข้อมูลปริมาณยานพาหนะจากอาเซียนที่เข้าสู่ประเทศไทยได้อีกด้วย
“แผนศึกษาดังกล่าวจะใช้เวลาราว 1 ปี ส่วนเรื่องการบังคับใช้ได้ทันทีหรือไม่นั้นต้องหารือกับประเทศเพื่อนบ้านอีกที แต่โดยหลักแล้วประเทศไทยมีอำนาจจัดเก็บค่าผ่านแดนดังกล่าวอยู่แล้วโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนจึงไม่น่ามีปัญหาในการบังคับใช้แผนดังกล่าวในอนาคต ”นายอาคม กล่าว
ด้านนายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ประเทศมาเลเซียเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมยานพาหนะจากไทยที่จะเข้ามาเลเซีย ได้แก่ รถยนต์ รถตู้ และรถบัสยกเว้น รถจักรยายนต์และรถบรรทุก คันละ 20 ริงกิต หรือประมาณ 160 บาทต่อคัน ซึ่งมีแนวโน้มจะเริ่มเก็บค่ษธรรมเนียมในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งตนเห็นว่าประเทศไทยก็ควรมีการเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวสำหรับยานพาหนะจากมาเลเซียที่จะเข้าประเทศไทยในอัตราราคาที่เท่ากันคือ 160 บาท ต่อคัน อย่างไรก็ตาม ได้มอบให้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาระบบการจัดเก็บด่านข้ามแดนดังกล่าว ซึ่งขณะนี้มีเอกชนผู้สนใจรับหน้าที่ศึกษาแล้ว 3 รายด้วยกัน
ทั้งนี้สำหรับจุดผ่านแดนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียที่จะเริ่มใช้ มีทั้งหมด 9 ด่าน ประกอบด้วย 1.ด่านสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา 2.ด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา 3.ด่านบ้านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา 4.ด่านสุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส 5.ด่านตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 6.ด่านบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส 7.ด่านเบตง อ.เบตง จ.ยะลา 8.ด่านวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล และด่านสตูล อ.เมืองสตูล จ.สตูล โดยแต่ละด่านมีรถจากมาเลเซียผ่านเข้ามายังไทยจำนวนมาก เช่น ที่ด่านสะเดา มีปริมาณรถทุกประเภทที่ผ่านด่านประมาณ 30,000-40,000 คันต่อเดือน
สำหรับเส้นทาง Asian Highway (AH) ที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านมีเส้นทางหลักรวม 9 เส้นทาง ประกอบด้วยAH 1 บ้านคลองลึก (ชายแดนไทย/กัมพูชา) - อรัญประเทศ - สระแก้ว - กบินทร์บุรี - ปราจีนบุรี - นครนายก - หินกอง - กรุงเทพ - อ่างทอง - สิงห์บุรี - ชัยนาท - นครสวรรค์ - กําแพงเพชร - ตาก - แม่สอด (ชายแดนไทย/พม่า) AH 2 จังโหลน - สะเดา - คอหงษ์ (หาดใหญ่) - บ.คูหา - พัทลุง - ทุ่งสง -เวียงสะ- ไชยา - ละแม - ชุมพร - ท่าแซะ - บางสะพานน้อย - ประจวบคีรีขันธ์ - ปราณบุรี - ชะอํา - เพชรบุรี -ปากท่อ - นครปฐม - กรุงเทพ - บางปะอิน - นครสวรรค์ - ตาก - เถิน - ลําปาง - งาว - พะเยา - เชียงราย – แม่สาย AH 3 อ.เชียงของ (ชายแดนไทย/ลาว - บ.ต้าตลาด - บ.หัวดอย – เชียงราย AH 12 สะพานมิตรภาพไทย/ลาว - หนองคาย - อุดรธานี - อ.น้ําพอง - ขอนแก่น - อ.บ้านไผ่ - อ.พล - นครราชสีมา - อ.สีคิ้ว - อ.มวกเหล็ก - สระบุรี – หินกอง AH 13 ห้วยโก๋น (ชายแดนไทย/ลาว) - น่าน - แพร่ - อ.เด่นชัย - อุตรดิตถ์ - พิษณุโลก -อ.สามง่าม – นครสวรรค์ AH 15 นครพนม (ชายแดนไทย/ลาว) - บ.ธาตุนาเวง (สกลนคร) - อ.พังโคน - อ.สว่างแดนดิน – อุดรธานี AH 16 มุกดาหาร (ชายแดนไทย/ลาว) - อ.หนองสูง - อ.สมเด็จ - กาฬสินธุ์ - อ.ยางตลาด - ขอนแก่น - อ.น้ําหนาว - อ.หล่มสัก - บ.แยง - อ.วังทอง - พิษณุโลก - สุโขทัย – ตาก AH 18 หาดใหญ่ - จะนะ - เทพา - หนองจิก - ปัตตานี - สายบุรี - นราธิวาส - นราธิวาส - ตากใบ – สุไหงโกลก AH 19 นครราชสีมา - กบินทร์บุรี - แหลมฉบัง - ชลบุรี – กรุงเทพ







