posttoday
รถยนต์และบริการ อนาคตรุ่งในCLMV

รถยนต์และบริการ อนาคตรุ่งในCLMV

02 มีนาคม 2560

ส่งออกรถยนต์ไปยังตลาด กลุ่มCLMV ดูมีอนาคตสดใส

โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ EIC

การส่งออกรถยนต์ไปยังตลาด CLMV แลดูมีอนาคตที่สดใส ซึ่งเห็นได้ชัดจากมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจาก 1.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2012 เป็น 3.5 หมื่นล้านบาทในปี 2016 เฉลี่ยต่อปี โดยมียอดขายรถยนต์ใหม่มากกว่า 2.1 แสนคัน แม้จะน้อยกว่าของไทย แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อพิจารณาในเชิงภาพรวมเศรษฐกิจ จะพบว่าการเติบโต GDP ของกลุ่ม CLMV ในปี 2016 อยู่ที่ประมาณ 7% ในขณะที่ GDP ของไทยอยู่ที่เพียง 3%


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เวียดนามเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 30% เฉลี่ยต่อปี โดยมียอดขายรถยนต์ใหม่รวมสูงสุดในภูมิภาคถึง 1.97 แสนคันในปี 2016 อีกทั้งยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงระหว่างรถยนต์ค่ายญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐ ที่มีฐานการส่งออกมาจากไทย อินโดนีเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งการแข่งขันนี้จะมีผลให้ตลาดรถยนต์เวียดนามมีแนวโน้มการเติบโตที่เร็วขึ้น โดยล่าสุดรัฐบาลได้มีการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากไทยและอินโดนีเซียจากเดิมที่ 40% เหลือเพียง 30% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2017 ยิ่งส่งผลให้แนวโน้มการนำเข้ารถยนต์จากทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้น และอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เวียดนามน่าสนใจคือ อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของเวียดนามยังไม่พัฒนาเท่าที่ควรจึงทำให้ต้องนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) มากกว่าใช้ชิ้นส่วนในประเทศ โดยระหว่างปี 2012-2015 มูลค่าการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปมีการเติบโตถึง 59% เฉลี่ยต่อปี และแม้ว่าเวียดนามจะไม่ใช่ตลาดหลักในการส่งออกรถยนต์ของไทย แต่เวียดนามกลับมีความต้องการนำเข้าจากไทยสูงกว่า 1 ใน 3

 

ขณะที่ลาวและกัมพูชามีอัตราเติบโตที่ใกล้เคียงกันที่ประมาณ 15% ต่อปี โดยลาวมียอดขายรถยนต์ใหม่สูงเป็นอันดับ 2 ที่ระดับ 1 หมื่นคัน/ปี และมีสัดส่วนมูลค่าการนำเข้ารถยนต์จากไทยสูงกว่า 60% ต่อปี ในขณะที่กัมพูชา มียอดขายรถยนต์ใหม่เพียง 3,300 คัน/ปี

 

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างลาวและกัมพูชาคือ ลาวมีการห้ามนำเข้ารถยนต์มือสองเข้าประเทศ อนุญาตได้เฉพาะรถยนต์ประกอบใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเข้าจากไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี ในขณะที่กัมพูชานิยมนำเข้ารถยนต์มือสองจากญี่ปุ่น และสหรัฐ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 50% และ 15% ตามลำดับ แต่ในช่วงปี 2012-2015 มูลค่านำเข้ารถยนต์จากไทยเติบโตขึ้นราว 44% เฉลี่ยต่อปี และสามารถดึงส่วนแบ่งการนำเข้าจากญี่ปุ่นและสหรัฐ

 

ส่วนเมียนมามียอดขายรถยนต์ใหม่ เติบโตน้อยที่สุดประมาณ 10% ต่อปี หรืออยู่ที่ระดับต่ำกว่า 5,000 คัน/ปี โดยในจำนวนนี้มีการนำเข้าจากไทยเป็นสัดส่วนเพียง 10% ในขณะที่ตลาดรถยนต์มือสองกลับมียอดขายสูงกว่าถึง 30 เท่า หรือคิดเป็น 1.5 แสนคัน/ปี โดยมีการนำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก คิดเป็นสูงถึง 69% ปัจจุบันรัฐบาลเมียนมาออกมาตรการควบคุมการนำเข้ารถยนต์มือสองที่เข้มงวดมากขึ้น ยกตัวอย่าง มาตรการล่าสุดที่ระบุว่าอายุรถยนต์ต้องไม่เกิน 2 ปี และต้องขับด้วยพวงมาลัยฝั่งซ้าย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้มีการผลิตรถยนต์ในประเทศมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจหากปริมาณรถยนต์มือสองจะถูกเปลี่ยนโอนมาสู่การซื้อรถยนต์ใหม่มากขึ้นในอนาคต

การลงทุนในธุรกิจและบริการเกี่ยวกับรถยนต์ในภูมิภาค CLMV เป็นโอกาสที่น่าสนใจ ทั้งในแง่รถยนต์ใหม่ รถยนต์มือสองและชิ้นส่วนซ่อมบำรุง โดยการเติบโตของตลาดรถยนต์ใหม่ในเวียดนามมีความน่าสนใจที่สุด เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก รวมถึงโอกาสเข้าไปลงทุนในภาคบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การขนส่ง ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ การให้บริการประกันภัย และการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ เป็นต้น ในส่วนของเมียนมาและกัมพูชาที่มีปริมาณการซื้อขายรถยนต์มือสองจำนวนมากอีกทั้งเป็นรถยนต์ญี่ปุ่น จึงเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับการส่งออกชิ้นส่วนซ่อมบำรุง หรือการเข้าไปลงทุนในบริการซ่อมบำรุง รวมถึงการเป็นผู้ให้บริการขนส่งข้ามแดนในการขนส่งรถยนต์ญี่ปุ่นมือสองจากไทยไปสู่เมียนมาและกัมพูชา สำหรับลาวแม้จะมีการนำเข้ารถยนต์ใหม่จากไทยสูงสุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ในด้านธุรกิจบริการหลังการขายหรืองานซ่อมบำรุงก็ยังเป็นโอกาสส่งช่างฝีมือไปให้ความรู้และฝึกอบรมแก่ช่างท้องถิ่น เนื่องด้วยความรู้และทักษะในการจัดการระบบและงานซ่อมบำรุงที่ไทยยังคงมีมาตรฐานและคุณภาพสูงสุดในภูมิภาคนี้

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย