posttoday
ดึงญี่ปุ่นถกทวาย

ดึงญี่ปุ่นถกทวาย

20 กุมภาพันธ์ 2560

เนด้าจ่อดึงญี่ปุ่นถกละเอียดมาสเตอร์แพลนโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย

เนด้าจ่อดึงญี่ปุ่นถกละเอียดมาสเตอร์แพลนโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย รอสภาเมียนมาไฟเขียวไทยลุยสร้างถนนเข้าโครงการ

นายเนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) กระทรวงการคลัง (สพพ.) หรือเนด้า (NEDA) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ทวาย ภายใต้นิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) บริหารโครงการทวาย โดยเตรียมแผนหารือกับประเทศญี่ปุ่นในส่วนของรายละเอียดต่างๆ ของมาสเตอร์แพลนที่ต่อยอดจากกรอบเดิมที่วางไว้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2558 

สำหรับการหารือกับประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เพื่อร่วมพัฒนาโครงการทวายอย่างเต็มรูปแบบทั้งหมด (ฟูล เฟส) ตลอดทั้งโครงการขนาด 197 ตร.ม. ซึ่งจะต้องมีการศึกษาในหลายส่วนประกอบกันทั้งเชิงเทคนิคและด้านการเงินจากก่อนหน้า สพพ.ได้ศึกษางานโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์) เช่น ถนนเข้าสู่โครงการที่จะต้องขยายเป็น 4 ช่องทาง จากเดิมมี 2 ช่องทาง เป็นต้น

ขณะที่กรอบมาสเตอร์แพลนเดิมที่วางไว้กำหนดระยะ 20 ปี ซึ่งการหารือกับญี่ปุ่นจะเอารายละเอียดใส่เข้าไป ทั้งในชอร์ต เทิร์ม แพลน เป็นแผนระยะสั้น 5-10 ปี และลอง เทิร์ม แพลน แผนระยะยาวมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ซึ่งจะต้องมีทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย ญี่ปุ่น และเมียนมา มาร่วมวางกรอบ ซึ่งอยู่ระหว่างรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง จากก่อนหน้านี้ไทยกับฝั่งญี่ปุ่นถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีโดยมีการหารือเป็นระยะอยู่แล้ว 

สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการค้าการลงทุนในช่วงเริ่มต้น ได้แก่ โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย-ด่านชายแดนบ้านพุน้ำร้อนของไทยระยะทาง 132 กม. วงเงิน 4,500 ล้านบาทนั้น ซึ่งขณะนี้โครงการยังอยู่ระหว่างรอการเห็นชอบจากรัฐบาลเมียนมาอย่างเป็นทางการ ว่าจะอนุมัติให้ไทยเข้าไปดำเนินการได้หรือไม่ จากนั้นจึงจะกำหนดกรอบวงเงิน เงื่อนไข และรายละเอียดการกู้ให้กับเมียนมาได้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเมียนมาเองได้แสดงความสนใจที่จะเข้ามาฟื้นโครงการเห็นได้จากหลายสัญญาณที่เกิดขึ้น รวมถึงประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ที่ต่างต้องการให้โครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์การพัฒนาประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน เช่น มูลค่าเพิ่มด้านการผลิต (แวลูเชน) ที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งวัตถุดิบต่างๆ ให้เชื่อมโยงถึงกันไปจนถึงภาคแรงงานการผลิต

นายเนวิน กล่าวว่า สพพ.ยังได้เข้าไปศึกษาการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในเมียนมาช่วงก่อนหน้านี้ เช่น โครงการไฟฟ้าในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งอยู่ในช่วงการทบทวนรายละเอียดโครงการจากรัฐบาลเมียนมา ซึ่งแม้ว่าระบบไฟฟ้าจะมีความจำเป็นและเป็นที่ต้องการสูงของเมียนมา ด้วยปัจจุบันกรุงย่างกุ้งเผชิญวิกฤตด้านสายไฟฟ้าเก่ามีอายุมากกว่า 30 ปี แต่หากโครงการมีราคาสูงมากเกินไปรัฐบาลเมียนมาก็อาจปฏิเสธจากเดิมประเมินมูลค่าโครงการราว 1,200-1,500 ล้านบาท  

“โครงการต่างๆ ของเมียนมานอกจากจะต้องรอผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลเมียนมาแล้ว แต่ยังต้องมีกระบวนการผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งสหภาพเมียนมาในแต่ละโครงการอีกด้วย ซึ่งรวมถึงโครงการทวายที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดังกล่าว และต้องรอความชัดเจนก่อนมาทำเรื่องเทคนิคและกรอบการเงินอีกครั้ง” นายเนวิน กล่าว

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล