
หวัง ทีค ซอน ราชาถุงมือยางพารามาเลย์
ตลาดธุรกิจสุขภาพ (เฮลท์แคร์) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กำลังถูกจับตามองจากทั่วโลกด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการ (ดีมานด์)
โดย...ทศพล หงษ์ทอง
ตลาดธุรกิจสุขภาพ (เฮลท์แคร์) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กำลังถูกจับตามองจากทั่วโลกด้วยศักยภาพการเติบโตของความต้องการ (ดีมานด์) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากแรงหนุนสังคมผู้สูงอายุที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ที่กลายเป็นอีกหนึ่งภาคเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นและยั่งยืนในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับผู้บริโภคในอนาคต
ขณะที่มาเลเซียถือเป็นผู้ผลิตถุงมือยางพาราใหญ่ที่สุดในโลกมานานกว่าสองทศวรรษ ครองส่วนแบ่งกว่า 63% ด้วยปริมาณการผลิตปีละ 8.37 หมื่นล้านชิ้น พร้อมกับมูลค่าทางตลาดมากกว่า 1.4 แสนล้านบาท/ปี จากความหอมหวานของทิศทางถุงมือยางพาราในมาเลเซียทำให้โลกได้รู้จักกับ หวัง ทีค ซอน (Wong Teek Son) ผู้ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับที่ 40 ประเทศมาเลเซีย ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 8,900 ล้านบาท
ทั้งนี้ ริเวอร์สโตน โฮลดิ้ง (Rive rstone Holdings) เป็นหนึ่งในบริษัทผลิตถุงมือยางพาราชั้นนำของโลก ภายใต้การกุมบังเหียนโดย หวัง มามากกว่า 20 ปี ด้วยปริมาณการผลิต 5,000 ล้านชิ้น/ปี โดยส่งออกไปยัง 33 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี สเปน สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยมีสัดส่วนตลาดในทวีปยุโรป 42.5% ทวีปอาเซียน 28.2% และประเทศจีน 10% อีกทั้งยังได้แรงหนุนการเติบโตของตลาดจากตลาดเฮลท์แคร์ และอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างทวีปเอเชียและอเมริกาใต้
ตลอดช่วงระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา ริเวอร์สโตน ได้เดินหน้าขยายตลาดด้วยการก่อสร้างโรงงานรองรับสายการผลิตในภูมิภาคทั้งในประเทศมาเลเซีย ไทย และจีน รวมถึงก่อตั้งสำนักงานเพื่อบริหารและพัฒนาสินค้าในสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป
ปัจจุบันถึงกับสามารถกล่าวได้ว่า ริเวอร์สโตนเป็นซัพพลายหลักให้กับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์อันโด่งดังทั่วโลก จนเชื่อได้เลยว่าเกือบทุกครัวเรือนต้องใช้สินค้าของกลุ่มบริษัทดังกล่าว อาทิ Hitachi Toshiba Seagate Western Digital และ TDK อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านผู้ผลิตถุงมือป้อนตลาดเฮลท์แคร์ โดยการครองสัดส่วนตลาดถุงมือเพื่อทำความสะอาดของโลกกว่า 60%
อย่างไรก็ตาม ด้านสุขภาพการเงินของบริษัทยังคงมีทิศทางที่มั่นคงในการขยายตัวด้วยอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในปี 2558 ยอดรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 40% มูลค่ารวม 4,480 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการเติบโตของกำไรที่ 73% ทะลุ 1,100 ล้านบาท สร้างสถิตินิวไฮในรอบ 25 ปีตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
“พัฒนาและต่อยอดสินค้าคือเคล็ดลับความสำเร็จของผม ผลิตภัณฑ์ของริเวอร์สโตนไม่ซ้ำกันเลยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริโภคสินค้าพื้นฐานที่มูลค่าน้อยอย่างถุงมือยางพารา ควบคู่ไปกับการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับมิตรสหายทางธุรกิจเพราะการเป็นซัพพลายให้กับบริษัทชั้นนำของโลกต้องใช้อะไรที่มากกว่าแค่ตัวเลขรายได้ และกำไรของกิจการ” หวัง กล่าว
ขณะที่ในอนาคตบริษัทจะทุ่มงบประมาณอีกมากในภาควิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) เพื่อผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดสินค้าใหม่และเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ราว 50% เป็น 8,200 ล้านชิ้น ในปี 2561 จากปัจจุบันปริมาณอยู่ที่ราว 5,000 ล้านชิ้น ร่วมกับแผนขยายโรงงานและศูนย์ กระจายสินค้าเพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เพื่อรองรับการขยายตัวของดีมานด์ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น







