
มาเลย์ยันไม่คืนศพคิมจองนัม
ยันต้องได้รับดีเอ็นเอคนในครอบครัวก่อน ด้านคนใกล้ชิดสายลับสาวช็อกลูกสะใภ้เป็นนักฆ่า
ยันต้องได้รับดีเอ็นเอคนในครอบครัวก่อน ด้านคนใกล้ชิดสายลับสาวช็อกลูกสะใภ้เป็นนักฆ่า
รัฐบาลมาเลเซีย เปิดเผยว่า จะยังไม่ส่งคืนศพ คิมจองนัม กลับเกาหลีเหนือจนกว่าครอบครัวจะส่งตัวอย่างดีเอ็นเอมาให้รัฐบาล เพื่อพิสูจน์ศพอย่างถูกต้อง ตามกระบวนการก่อน หลังจากที่ทางการเกาหลีเหนือได้ส่งคำขอรับศพมาอย่างเป็นทางการแล้ว แต่มาเลเซียได้ปฏิเสธโดยให้เห็นผลดังกล่าวไป และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีคนในครอบครัวคิมจองนัมมาติดต่อเรื่องดีเอ็นเอเพื่อขอรับศพคืนแต่อย่างใด ซึ่งท้ายที่สุดหากไม่มีญาติมาติดต่อจะมอบให้สถานทูตเกาหลีเหนือเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจยังคงเร่งตามล่าผู้ต้องสงสัยที่เหลืออีก 4-5 คน ในขบวนการ สังหารคิมจองนัม ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของประธานาธิบดี คิมจองอึน แห่งเกาหลีเหนือ หลังจากที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 3 ราย ในจำนวนนี้ 2 ราย เป็นผู้หญิงที่ถือหนังสือเดินทางเวียดนามและอินโดนีเซีย
ด้านเอพีอ้างอดีตพ่อสามีของซิตี ไอชาห์ วัย 25 ปี ที่อินโดนีเซีย ว่าทุกฝ่ายตกตะลึงกับข่าวที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าซิตีเป็นคนดีและเรียบร้อย โดยอยู่กับอดีตสามีในย่านทัมโบราทางตะวันตกของกรุงจาการ์ตา เมื่อปี 2008-2011
“ผมช็อกมากที่ได้ยินข่าวว่าเธอถูกจับฐานฆาตกรรม ผมไม่เชื่อว่าเธอจะลงมือทำอะไรอย่างที่สื่อบอกได้ ไม่เชื่อเลยว่าเธอจะเป็นสายลับ” ทยา กล่าว
ด้านสำนักข่าวยอนฮับรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ปมเหตุฆาตกรรมคิมจองนัมอาจมาจากความขัดแย้งเรื่องมรดกมหาศาลที่ได้รับจากอดีตประธานาธิบดี คิมจองอิล ผู้เป็นบิดา และอาจเกี่ยวพันกับกองทุนลับที่จางซองแต๊ก อดีตอาเขยผู้ทรงอิทธิพลหมายเลข 2 ในเกาหลีเหนือ เป็นผู้ดูแล ซึ่งหลังจากที่จางถูกคิมจองอึน สั่งประหารเมื่อปี 2013 กองทุนลับนี้ได้ตกไปอยู่ในมือของคิมจองนัมแทน







