
ยักษ์ไอทีโต้กลับ ผนึกกำลังศาลงัดข้อนโยบายคุมผู้อพยพ"ทรัมป์"
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐ รวม 97 แห่ง ยื่นเอกสารต่อศาลอุทธรณ์ แสดงความไม่พอใจต่อนโยบายแบนผู้ลี้ภัยและผู้อพยพของทรัมป์
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐ รวม 97 แห่ง ยื่นเอกสารต่อศาลอุทธรณ์ แสดงความไม่พอใจต่อนโยบายแบนผู้ลี้ภัยและผู้อพยพของทรัมป์
บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทเอกชนชั้นนำ 97 แห่งในสหรัฐ ซึ่งรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ อาทิ เฟซบุ๊ก กูเกิล อินเทล เน็ตฟลิกซ์ แอร์บีเอ็นบี และอูเบอร์ รวมตัวกันยื่นบันทึกความเห็นทางกฎหมายต่อศาลอุทธรณ์ภาคเก้าในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 5 ก.พ. เพื่อขัดขวางกระทรวงยุติธรรมสหรัฐที่ยื่นอุทธรณ์ต่อคำสั่งของศาลรัฐวอชิงตันก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลรัฐวอชิงตัน ที่ระงับอำนาจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กรณีสั่งระงับวีซ่า 7 ประเทศมุสลิม และระงับรับ ผู้ลี้ภัยชั่วคราว แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับคำฟ้อง และให้โอกาสยื่นหลักฐานใหม่ภายในวันที่ 6 ก.พ. การรวมตัวของซิลิคอนวัลเลย์จึงเพิ่ม น้ำหนักให้ฝ่ายศาลรัฐวอชิงตันในการ ต่อต้านนโยบายของทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ภายใต้บันทึกความเห็นครั้งนี้มีใจความสำคัญคือ เรียกร้องให้สหรัฐเปิดรับผู้อพยพจากต่างชาติ เพราะผู้อพยพมีส่วนทำให้สหรัฐค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่จำนวนมาก รวมถึงช่วยสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศอีกหลายแห่ง สหรัฐตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องตนเองและเชื่อมั่นในระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ปกป้องประเทศจากภัยคุกคามอยู่แล้ว คำสั่งของประธานาธิบดีแสดงให้เห็นว่าประเทศได้ละทิ้งพันธสัญญาพื้นฐานที่ยึดถือมามากกว่า 50 ปี
จายาชรี ศรีขันเทียห์ ผู้เชี่ยวชาญคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตน ฟอร์ด เปิดเผยว่า ยากที่จะคาดการณ์คำตัดสินของศาลอุทธรณ์ แต่ศาลจะพิจารณาความสับสนที่เกิดจากคำสั่งชั่วคราวของผู้พิพากษาให้ระงับคำสั่งของทรัมป์ด้วย ขณะที่ผู้แพ้มีแนวโน้มจะยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาต่อไป







