posttoday
สหรัฐจ่อขอดูประวัติโซเชียล

สหรัฐจ่อขอดูประวัติโซเชียล

31 มกราคม 2560

ทรัมป์ถกแผนขอดูประวัติใช้โซเชียลมีเดียต่างชาติ ตามหลังแผนแบนผู้ลี้ภัย-ผู้อพยพเข้าประเทศ

ทรัมป์ถกแผนขอดูประวัติใช้โซเชียลมีเดียต่างชาติ ตามหลังแผนแบนผู้ลี้ภัย-ผู้อพยพเข้าประเทศ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า สตีเฟน มิลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายทำเนียบขาวได้เข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในกระทรวงต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และอื่นๆ ว่า รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาขอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเปิดเผยข้อมูลเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียที่ใช้ รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ที่บันทึกในโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ

ซีเอ็นเอ็นระบุว่า การพูดคุยดังกล่าวเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นเท่านั้น โดยรายละเอียดต่างๆ ยังคงอยู่ระหว่างการถกเถียง สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่เว็บไซต์ข่าวสารการเมืองสหรัฐ โพลิติโค เคยรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างเงียบๆ ทั้งนี้ ฌอนสไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาวไม่ตอบรับคำขอสัมภาษณ์ของซีเอ็นเอ็น

ทั้งนี้ การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ลงนามในคำสั่งพิเศษห้ามประชาชนจากประเทศมุสลิม 7 ชาติเข้ามาในสหรัฐชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน และระงับการรับผู้ลี้ภัยทั้งหมดอีก 120 วัน สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่ออกมาชุมนุมต่อต้านที่สนามบินต่างๆ ทั่วประเทศ และยังเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภาคส่วนเทคโนโลยีที่ได้รับผลกระทบด้านแรงงาน

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานอ้างเอกสารภายในกูเกิลว่า ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของกูเกิล ตั้งกองทุนฉุกเฉินมูลค่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 141 ล้านบาท) ซึ่งประกอบด้วยเงินบริจาคจากพนักงาน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 70 ล้านบาท) ให้แก่ 4 องค์กรไม่แสวงผลกำไร ซึ่งรวมถึงสหภาพเพื่อสิทธิพื้นฐานประชาชนอเมริกัน (เอซีแอลยู) ที่ดำเนินการเพื่อให้สิทธิผู้อพยพอยู่อาศัยในสหรัฐได้ชั่วคราว และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์)

ด้านลิฟต์ (Lyft) เจ้าของแอพพลิเคชั่นแท็กซี่ บริจาคเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 35 ล้านบาท) ให้เอซีแอลยู ขณะที่แอร์บีเอ็นบี แอพพลิเคชั่นบริการจองที่พัก เตรียมให้ที่พักอาศัยฟรีแก่ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพที่ไม่สามารถเข้าสหรัฐได้

ขณะเดียวกัน โฮเวิร์ด ชูลท์ส ซีอีโอของสตาร์บักส์ คอร์ป เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีแผนการจ้างงานผู้ลี้ภัยจำนวน 1 หมื่นอัตรา ใน 75 ประเทศ ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า พร้อมให้ความเชื่อมั่นกับพนักงานภายในบริษัทจะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อสนับสนุนพนักงานที่ได้รับผลกระทบ

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล