posttoday
เก็งกำไรตลาดเงินโลกเดือด

เก็งกำไรตลาดเงินโลกเดือด

03 กันยายน 2553

เม็ดเงินสะพัด4ล้านล.ดอลล์ต่อวันอังกฤษมะกันญี่ปุ่นสิงคโปร์นำตลาดเงินตราต่างประเทศเนื้อหอม นักลงทุนรุมตอม หนีตลาดหุ้น/ ตลาดโภคภัณฑ์ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) รายงานว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามไปทั่วโลก ยังผลให้นักลงทุนหันมาลงทุนในตลาดเงินตราต่างประเทศอย่างล้นหลาม เนื่องจากมีเม็ดเงินหมุนเวียนสูงถึง 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน หรือขยายตัวถึง 20% ในช่วงเดือนเ ม.ย. ปีนี้ จาก 3.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งปริมาณเงินหมุนเวียนต่อวันในตลาดเงินตราต่างประเทศ มีมูลค่าเท่ากับมูลค่าสินค้าและบริการที่ประเทศเยอรมนีผลิตได้ใน 1 ปีบีไอเอส ระบุว่า ตลาดเงินตราต่างประเทศเริ่มเป็นที่นิยมของนักลงทุนมากขึ้น เนื่องจากให้ผลกำไรที่คุ้มค่ากว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ จากการสำรวจพบว่า อังกฤษยังคงเป็นตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนการค้าเงินตราสูงถึง 36.7% ขณะที่สหรัฐครองอันดับ 2 ด้วยสัดส่วนการค้า 18% และญี่ปุ่นในอันดับ 3 ด้วยสัดส่วน 6% นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังกลายเป็นตลาดเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอั

เม็ดเงินสะพัด4ล้านล.ดอลล์ต่อวันอังกฤษมะกันญี่ปุ่นสิงคโปร์นำ

ตลาดเงินตราต่างประเทศเนื้อหอม นักลงทุนรุมตอม หนีตลาดหุ้น/ ตลาดโภคภัณฑ์

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) รายงานว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามไปทั่วโลก ยังผลให้นักลงทุนหันมาลงทุนในตลาดเงินตราต่างประเทศอย่างล้นหลาม เนื่องจากมีเม็ดเงินหมุนเวียนสูงถึง 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน หรือขยายตัวถึง 20% ในช่วงเดือนเ ม.ย. ปีนี้ จาก 3.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งปริมาณเงินหมุนเวียนต่อวันในตลาดเงินตราต่างประเทศ มีมูลค่าเท่ากับมูลค่าสินค้าและบริการที่ประเทศเยอรมนีผลิตได้ใน 1 ปี

บีไอเอส ระบุว่า ตลาดเงินตราต่างประเทศเริ่มเป็นที่นิยมของนักลงทุนมากขึ้น เนื่องจากให้ผลกำไรที่คุ้มค่ากว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

จากการสำรวจพบว่า อังกฤษยังคงเป็นตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนการค้าเงินตราสูงถึง 36.7% ขณะที่สหรัฐครองอันดับ 2 ด้วยสัดส่วนการค้า 18% และญี่ปุ่นในอันดับ 3 ด้วยสัดส่วน 6%

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังกลายเป็นตลาดเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 2.66 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน จากตัวเลขการสำรวจเมื่อปี 2550 ที่ 2.42 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งครั้งนั้นสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 5

ขณะเดียวกันตลาดเกิดใหม่ซึ่งมีปริมาณทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับที่สูงมาก เริ่มที่จะเป็นตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน ซึ่งมีทุนสำรองสูงถึง 2.45 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 30% ของทุนสำรองทั่วโลกรวมกันที่ 8.09 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากตัวเลขเมื่อปีที่แล้ว

“จากระดับทุนสำรองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา มีเหตุผลที่หนักแน่นพอที่จะกล่าวว่า ธนาคารกลางของตลาดเกิดใหม่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันการขยายตัวของตลาดเงินตราต่างประเทศ” ไซมอน เดอร์ริค จากบริษัท เอ็นวายบี เมลลอน กล่าวกับเอเอฟพี

ทั้งนี้ สกุลเงินที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนมากที่สุดยังคงเป็นเงินเหรียญสหรัฐ ในสัดส่วนถึง 84.9% ของการประกอบธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก ลดลงมาจากการสำรวจเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่ 85.6% ตามมาด้วยเงินยูโรในสัดส่วน 39.1% เพิ่มขึ้นจากเดิม 37%

ขณะที่สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่เริ่มได้รับความนิยมในการเป็นสกุลเงินสำหรับประกอบธุรกรรมมากขึ้น โดยสกุลเงิน 23 สกุลของตลาดเกิดใหม่มีอัตราการขยายตัว 14% จากเดิม 12.3% โดยสกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ สกุลเงินลีรา ของตุรกี สกุลเงินวอน ของเกาหลีใต้ สกุลเงินเรอัล ของบราซิล และเงินเหรียญสิงคโปร์

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล