posttoday
ผู้ประท้วงรวมตัวกันที่สนามบิน JFK หลังทรัมป์หยุดรับผู้ลี้ภัย

ผู้ประท้วงรวมตัวกันที่สนามบิน JFK หลังทรัมป์หยุดรับผู้ลี้ภัย

29 มกราคม 2560

ทรัมป์เดินหน้านโยบายแบนผู้อพยพ และชาวมุสลิมอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันสหรัฐจากการก่อการร้าย สร้างความไม่พอใจให้แก่หลายฝ่าย

ทรัมป์เดินหน้านโยบายแบนผู้อพยพ และชาวมุสลิมอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันสหรัฐจากการก่อการร้าย สร้างความไม่พอใจให้แก่หลายฝ่าย

ผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวกันที่สนามบินนานาชาติ John F Kennedy ในนครนิวยอร์ก หลังประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามยุติการรับผู้อพยพ และระงับการให้วีซ่าแก่ 7 ประเทศมุสลิม

ในบรรดาผู้เข้าร่วมการประท้วงหลายร้อยคนมีทั้งผู้อพยพ และผู้ที่มีกรีนการ์ดในการอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา พวกเขาถือป้ายข้อความ "ยุติการแบน, ยุติกำแพง นี่คือสถานที่สำหรับทุกคน" และ "ยุติความเกลียดชัง ยุติความกลัว, ผู้อพยพทุกคนได้รับการต้อนรับ" โดยการชุมนุมเกิดขึ้นที่ด้านนอกของอาคารหลังที่ 4 ของสนามบิน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ลงนามอนุมัติคำสั่งอย่างชัดเจน ตามนโยบายที่ตัวเขาเคยหาเสียงไว้ ด้วยการแบนพลเมือง และงดให้วีซ่าแก่ผู้ถือพาสปอร์ตใน 7 ประเทศมุสลิม ได้แก่ ซีเรีย อิหร่าน อิรัก ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน เป็นเวลาอย่างน้อย 90 วัน  โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับในทันที นอกจากนั้นยังยุติการรับผู้อพยพจากซีเรีย เป็นเวลาอย่างน้อย 4 เดือน แต่สำหรับผู้อพยพชาวซีเรียที่นับถือศาสนาคริสต์นั้น สามารถพิจารณาให้เข้าสหรัฐได้

การประท้วงครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยองค์กรในนิวยอร์ก หลากหลายองค์กรเช่น Make the Road New York, Jews for Racial and Economic Justice (JFREJ), Black Latino Asian Caucus members และ The New York Immigration Coalition เป็นต้น ซึ่งผู้สื่อข่าวจาดอัลจาซีราได้สัมภาษณ์ Julia Carmel จาก JFREJ ซึ่งเธอกล่าวประณามทรัมป์ต่อการกระทำครั้งนี้

"วัตถุประสงค์ที่เรามาประท้วงกันที่สนามบิน JFK มีสองข้อ หนึ่งเราเรียกร้องขอความเป็นธรรม และความปลอดภัยแก่บรรดาผู้ลี้ภัย และผู้ถือวีซ่าทั้งหลาย พวกเราผ่านความยากลำบาก และขั้นตอนอันยุ่งยากยาวนาน กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้" เธอกล่าว "และสอง พวกเรา และชาวสหรัฐทุกคนล้วนเป็นผู้อพยพ และลูกหลานของผู้อพยพทั้งสิ้น การกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแต่ไร้มนุษยธรรมเท่านั้น แต่ยังโหดร้ายอีกด้วย"

ผู้ประท้วงรวมตัวกันที่สนามบิน JFK หลังทรัมป์หยุดรับผู้ลี้ภัย

Kazi Fouzia ผู้อพยพชาวบังกลาเทศ วัย 48 ปี และเป็นหนึ่งในสมาชิกนักเคลื่อนไหวของ Desis Rising Up and Moving กล่าวว่า ตัวเธอมาที่นี่เพราะ การแบนเพื่อนผู้อพยพคนใดคนหนึ่ง นั่นหมายถึงการแบนพวกเราทุกคน ตัวเธออาศัยอยู่ในนิวยอร์กมานานกว่า 10 ปี แล้ว และคาดหวังว่าการประท้วงนี้จะเป็นสัญญาณเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้

นอกจากในสนามบิน JFK แล้ว คาดกันว่าอาจมีการประท้วงในลักษณะเดียวกันนี้ที่สนามบินซานฟรานซิสโก และวอชิงตัน ดีซี อีกด้วย

ทั้งนี้ทรัมป์ระบุว่านโยบายใหม่นี้มีขึ้นเพื่อป้องกันการก่อการร้ายเข้ามาในสหรัฐ และทางเจ้าหน้าที่เองจะใช้มาตรการการคัดกรองผู้ลี้ภัย ตลอดจนผู้ถือวีซ่าอื่นๆในการเข้าสหรัฐ ให้เข้มงวดมากขึ้นอีกด้วย

ซึ่งทางสำนักข่าว CNN ได้ออกคำแนะนำแก่บรรดาพลเมืองจาก 7 ประเทศที่ถูกห้าม หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังสหรัฐในช่วง 90 วันนี้ แม้พวกเขาจะถือกรีนการ์ดก็ตาม  อย่างไรก็ตามหากมีความจำเป็นที่ต้องเดินทางเข้าสหรัฐจริงๆให้ทำการติดต่อทนายความตรวจค้นเข้าเมือง ทั้งนี้หากพลเมืองจาก 7 ประเทศนี้ถือสัญชาติเป็นพลเมืองของสหรัฐแล้ว นโยบายดังกล่าวไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท