
สถานการณ์โลก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ใช้อำนาจพิเศษของประธานาธิบดีลงนามถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วน
สหรัฐล้มทีพีพี-รื้อข้อตกลงนาฟต้า
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ใช้อำนาจพิเศษของประธานาธิบดีลงนามถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) อย่างเป็นทางการตามที่เคยให้สัญญาก่อนหน้านี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า จะเปิดโอกาสให้จีนได้ขยายอิทธิพลทางการค้าผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (อาร์เซ็ป) พร้อมประกาศจะรื้อการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) ขึ้นมาใหม่ และอาจถอนตัวออกจากนาฟต้าด้วยเช่นกันหากสหรัฐไม่ได้ประโยชน์จากข้อตกลง
ทรัมป์ตั้งกำแพงกันผู้อพยพ-ระงับวีซ่าชาวมุสลิม
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐลงนามคำสั่งพิเศษประธานาธิบดีหยุดการรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศเป็นเวลา 4 เดือน แต่หยุดรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียอย่างไม่มีกำหนด รวมถึงระงับการให้วีซ่าพลเมืองจากประเทศแอฟริกาและตะวันออกกลาง 7 ประเทศ ได้แก่ ซีเรีย อิรัก อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน เป็นเวลา 90 วัน หลังลงนามคำสั่งพิเศษเดินหน้าสร้างกำแพงบริเวณแนวพรมแดนเม็กซิโก ความยาว 3,200 กิโลเมตร เพื่อหวังป้องกันผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย
ดาวโจนส์ปิดทะลุ 2 หมื่นจุด
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ทำสถิติใหม่ไปทะลุและปิดตลาดที่เหนือระดับ 20,068.09 จุด ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตามความคาดหมายเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังนักลงทุนในประเทศมั่นใจนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ การปิดพุ่งทุบสถิติของดัชนีดาวโจนส์สร้างความตื่นเต้นในแวดวงหุ้นทั่วโลก และทำให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียขยับขึ้นแบบเขียวยกแผง นำโดยดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดบวกไปถึง 1.81% ปิดที่ 19,402.39 จุด และดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดฮ่องกง ที่ปิดบวกได้ 1.41% ไปปิดที่ 23,374.17 จุด
ดีมานด์โลกฟื้นหนุนส่งออกญี่ปุ่น-ไต้หวัน
แรงซื้อทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวขึ้น ส่งผลให้การส่งออกของญี่ปุ่นปรับขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือนเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยขยายตัว 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 8.4% ซึ่งฟื้นตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง ด้านการส่งออกของไต้หวันปรับขึ้นเช่นกันที่ 8.16% ในช่วงไตรมาส 4 และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัว 2.58% ในไตรมาสดังกล่าว อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังวิตกว่า ทิศทางการส่งออกที่สดใสของประเทศเอเชียอาจดำเนินอยู่ชั่วคราว และจะได้รับผลกระทบหากเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ชาวจีนหนีมลพิษเที่ยวนอก
สำนักงานการท่องเที่ยวจีน เปิดเผยว่า ชาวจีนส่วนใหญ่เลือกเดินทางออกนอกประเทศเพื่อหนีมลภาวะในประเทศ ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนวันที่ 27 ม.ค.-2 ก.พ. แม้การเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับช่วงเวลาตรุษจีนมาโดยตลอด นอกจากนี้สำหรับชาวจีนที่ยังไม่แต่งงาน การหลีกเลี่ยงครอบครัวถามเรื่องการแต่งงานเป็นสาเหตุสำคัญในการมาท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเว็บไซต์ ซีทริป ดอทคอม (Ctrip.com) เว็บไซต์ท่องเที่ยวของจีน คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนระหว่างช่วงเทศกาลดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นจากสถิติในปีก่อนที่ 5.7 ล้านคน เป็น 6 ล้านคน ในปีนี้ และคาดว่าจะมีการใช้จ่ายนอกประเทศใน 174 จุดหมายปลายทาง มากกว่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.92 แสนล้านบาท) โดยไทย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มีแนวโน้มที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
จีนประกาศแบนวีพีเอ็น
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ของจีนเปิดเผยว่า เตรียมออกมาตรการควบคุมผู้ใช้โปรแกรมวีพีเอ็นและกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตอื่นๆ เป็นเวลา 14 เดือน หลังพบการลักลอบใช้โปรแกรมดังเพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกจำกัดการใช้งานในประเทศ โดยผู้ประกอบการธุรกิจวีพีเอ็น ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการคลังข้อมูลและอินเทอร์เน็ตด้วยนั้น ต้องขออนุญาตจากทางการก่อน ทั้งนี้ วีพีเอ็นเป็นช่องทางที่ทำให้ชาวจีนเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กที่รัฐบาลจีนปิดกั้น อาทิ เฟซบุ๊กและกูเกิล







