
ชาวจีนหนีมลพิษเที่ยวนอก
ชาวจีนหนีมลภาวะ-ตอบคำถามเรื่องแฟน หันเที่ยวต่างประเทศจ่อทุบสถิติใหม่
ชาวจีนหนีมลภาวะ-ตอบคำถามเรื่องแฟน หันเที่ยวต่างประเทศจ่อทุบสถิติใหม่
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานอ้างข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวจีน ที่เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ ว่า ชาวจีนส่วนใหญ่เลือกเดินทางออกนอกประเทศเพื่อหนีมลภาวะในประเทศ ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนวันที่ 27 ม.ค.-2 ก.พ. แม้การเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับช่วงเวลาตรุษจีนมาโดยตลอด
"ผมหนีมลภาวะมาใช้เวลาอย่างมีความสุขใต้แสงแดดของประเทศไทย" ชาน วัย 32 ปี จากมณฑลจี้หลิน กล่าวและระบุว่า กิจกรรมส่วนใหญ่ในช่วงดังกล่าวคือทานอาหารร่วมกัน จุดพลุไฟ และนั่งดูรายการพิเศษทางโทรทัศน์ ซึ่งทำให้การอยู่บ้านมีความน่าสนใจน้อยลง
นอกจากนี้ สำหรับชาวจีนที่ยังไม่แต่งงาน การหลีกเลี่ยงครอบครัวถามเรื่องการแต่งงาน เป็นสาเหตุสำคัญในการมาท่องเที่ยวต่างประเทศ ขณะที่ปัจจัยดังกล่าวยังทำให้เกิดธุรกิจรับจ้างเป็นแฟนชั่วคราวเพื่อเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ โดยคิดค่าบริการสูงสุด 3,000 หยวน/วัน (ราว 1.5 หมื่นบาท)
ก่อนหน้านี้ ซีทริป ดอทคอม (Ctrip.com) เว็บไซต์ท่องเที่ยวของจีน คาดการณ์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนระหว่างช่วงเทศกาลดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นจากสถิติในปีก่อนที่ 5.7 ล้านคน เป็น 6 ล้านคน ในปีนี้ และคาดว่าจะมีการใช้จ่ายนอกประเทศใน 174 จุดหมายปลายทาง มากกว่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.92 แสนล้านบาท) โดยไทย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มีแนวโน้มที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวภายในประเทศยังสูงกว่านอกประเทศมาก โดยสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติจีน คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการเที่ยวบินในประเทศมากถึง 58.3 ล้านคน ซึ่งปรับขึ้น 11% จากปีก่อน ซึ่งช่วยหนุนธุรกิจการบิน
ขณะเดียวกัน จีนประกาศเตือนภัยมลพิษระดับสีฟ้า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดจากทั้งหมด 4 ระดับ ที่กรุงปักกิ่ง โดยเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 25 ม.ค. แม้โรงงานหลายแห่งในมณฑลโดยรอบจะปิดทำการเนื่องในวันเทศกาลไปแล้ว ขณะที่ดัชนีระดับมลภาวะ (เอคิวไอ) จัดทำโดยสถานทูตสหรัฐในจีน อยู่ที่ 338 จุด ซึ่งเป็นระดับอันตราย เมื่อเวลา 11.00 น. ของเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ สถานการณ์หมอกควันของจีนย่ำแย่มาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ โดยในวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีเอคิวไอจัดทำโดยทางการจีน สูงถึง 482 จุด เกือบแตะ 500 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของดัชนี ขณะที่ดัชนีเดียวกันจัดทำโดยสถานทูตสหรัฐนั้นสูงมากกว่า 500 จุด ในวันเดียวกัน
ภาพเอเอฟพี







