
ชาวโรฮิงญา 22,000 คนอพยพเข้าบังกลาเทศในสัปดาห์นี้
สหประชาชาติรายงานขณะนี้มีชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 65,000 คนอพยพเข้าบังกลาเทศ นับตั้งแต่การปราบปรามเกิดขึ้นเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา
สหประชาชาติรายงานขณะนี้มีชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 65,000 คนอพยพเข้าบังกลาเทศ นับตั้งแต่การปราบปรามเกิดขึ้นเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา
รายงานจากสหประชาชาติต่อประเด็นปัญหาการล้อมปราบชาวโรฮิงญาล่าสุด ขณะนี้ในบังกลาเทศมีชาวโรฮิงญาจำนวนกว่า 65,000 คนแล้วที่อพยพหนีความรุนแรงมาจากรัฐยะไข่ ทางตอนเหนือของเมียนมา นับตั้งแต่การล้อมปราบปรามปะทุขึ้นเมื่อ 3 เดือนก่อน โดยในจำนวนนี้ 1 ใน 3 ของทั้งหมดนั้น เพิ่งจะเดินทางถึงชายแดนบังกลาเทศในสัปดาห์นี้
การประกาศโดยสหประชาชาติเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นวันเดียวกับที่ Yanghee Lee ทูตสิทธิมนุษยชนเมียนมา ประจำสหประชาชาติ เพิ่งจะเดินทางไปยังเมียนมา เพื่อตรวจสอบความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มีกำหนดการเข้าเยี่ยมจำนวน 12 วัน โดยจะเริ่มต้นที่รัฐกะฉิ่น เพื่อพบปะกับผู้อพยพชาวโรฮิงญาหลายพันคน
คลื่นอพยพครั้งใหญ่ของชาวโรฮิงญา ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ เป็นผลมาจากการปราบปรามที่รุนแรงของทหารเมียนมา หลังเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ 9 นายถูกสังหาร ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของชาวโรฮิงญา
บรรดาองค์กรสิทธิมนุษยชนพากันเรียกร้องความยุติธรรม และความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮิงญา หลังมีรายงานว่าทหารเมียนมาใช้ความรุนแรง ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน เผาบ้านเรือน ตลอดจนการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นๆที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มาจากคำบอกเล่าของผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่รอดชีวิต มาถึงยังบังกลาเทศ
ด้านรัฐบาลเมียนมาเองปฏิเสธข้อกล่าวหา และยินดีตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเองรัฐบาลเมียนมาได้เสนอรายงานการตรวจสอบระบุว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ ว่ามีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือการกดขี่ทางศาสนาจริงตามที่กล่าวอ้าง
รายงานล่าสุดจากรัฐบาลมีขึ้นไม่กี่วันหลัง คลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายชาวโรฮิงญาปรากฏขึ้นบนโลกออนไลน์ ซึ่งทางรัฐบาลเมียนมาอ้างว่าเหตุการร์ในคลิปนั้นเป็นคนละสถานที่กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใช้ความรุนแรงนั้นถูกจับกุมตัวแล้ว







