posttoday
7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

31 ธันวาคม 2559

เตรียมเข้าสู่ปี 2017 ด้วยประเด็นน่าจับตามอง ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก

เตรียมเข้าสู่ปี 2017 ด้วยประเด็นน่าจับตามอง ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก

อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเข้าสู่ปี 2017 อย่างเป็นทางการแล้ว มาลองชมกันว่าในปีหน้านี้ มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ไปจนถึงเทคโนโลยี

1. ทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

ดูจากพฤติกรรมของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ต้องเร่งทำผลงานอย่างหนัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากบรรดาผู้ต่อต้านเขาให้ได้

ทรัมป์ให้สัญญาว่าเมื่อได้เป็นประธานาธิบดี ตัวเขาจะพาสหรัฐออกจากการเป็นสมาชิก TPP เขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งประกอบไปด้วย ประเทศสมาชิก 12 ประเทศโดยเร็ว

ทรัมป์ประกาศเตรียมยกเลิกนโยบายโอบามาแคร์ พร้อมระบุว่าตัวเขามีมียุทธวิธีที่ดีกว่า นอกจากนั้นยังให้สัญญาว่าจะสร้างงานให้แก่ชาวอเมริกันหลายล้านคน และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทรัมป์จะเป็นที่จับตามองจากประชาคมโลกว่าตัวเขาจะสามารถทำได้อย่างที่พูดหรือไม่

และอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์ และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย หลังทั้งคู่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะดำเนินไปในทิศทางใด ท่ามกลางข่าวใหม่ที่ระบุว่ารัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐ เพื่อให้ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี

 

2. สหราชอาณาจักรเดินหน้า Brexit เต็มที่

7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ชาวสหราชอาณาจักรพร้อมใจกันลงประชามติครั้งใหญ่ ว่าสหราชอาณาจกัรควรออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปหรือไม่ ผลการลงประชามติ 52% โหวตให้ออก สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลให้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนต้องออกจากตำแหน่ง

ภายใต้การดำเนินการของนายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ เทเรซา เมย์ ระบุว่ากระบวนการออกจากสหภาพยุโรปของเธอนั้นจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายในระยะเวลา 2 ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2017 เป็นต้นไป หลังการประชุม Article 50 ที่ลิสบอน

ด้านหลายฝ่ายมองว่ากระบวนการ Brexit นอกจากจะทำให้ค่าเงินปอนด์ตกแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดลง รวมไปถึงจีดีพีเฉลี่ยต่อหัวของชาวสหราชอาณาจักรก็จะลดลงไปด้วย ส่วนอียูเองก็จะเผชิญกับความกังวลเช่นกัน เมื่อสหราชอาณาจักรออกไปแล้ว ประเทศอื่นๆที่เป็นสมาชิกอาจจะออกตามไปด้วย ด้านสกอตแลนด์เองก็เคยประกาศว่า หากสุดท้ายแล้วอังกฤษออกจากอียู พวกเขาก็จะขอแยกประเทศออกจากสหราชอาณาจักรเช่นกัน เนื่องจากชาวสกอตแลนด์ 62% ต้องการอยู่ในอียูต่อไป

 

3. ฝรั่งเศส - เยอรมนีเลือกตั้งผู้นำใหม่

7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

การเลือกตั้งในฝรั่งเศส จะเกิดขึ้นช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม ซึ่งคนที่น่าจับตามองที่สุดหนีไม่พ้น มารีน เลอ แปง เนื่องจากหากเธอได้รับชัยชนะ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของยุโรป ที่นักการเมืองจากพรรคขวาจัดขึ้นมาเป็นผู้นำ

เลอ แปงประกาศว่าต้องการพาฝรั่งเศสออกจากอียู และมีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพ และยังแนะนำให้โปรตุเกส อิตาลี สเปน ไอร์แลนด์ กรีซ และไซปรัสดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวด้วย ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของประเทศผู้นำในยุโรป จากเสรีนิยม ไปสู่การจำกัดเสรีภาพมากขึ้นในหลายเรื่อง

ด้านฝั่งเยอรมนีเอง มีผู้นำหญิงอีกคนที่แตกต่างจากเลอ แปง ในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ที่เยอรมนีจะมีการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ นับเป็นความท้าทายของแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ว่าเธอจะยังคงดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัยได้หรือไม่ หลังดำรงตำแหน่งมานานถึง 8 ปีแล้วก็ตาม

จากกระแสต่อต้านนโยบายเปิดรับผู้อพยพ และนโยบายต่างประเทศของเธอ หากแมร์เคิลต้องการเอาชนะพรรคคู่แข่งที่ต้องการเอาใจประชาชนที่ไม่พอใจกับผู้อพยพ นโยบายใหม่ของแมร์เคิลต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ชาวเยอรมันว่าจะไม่ส่งผลกระทบ หรือเป็นการสร้างผลเสียต่อบ้านของตนเองเช่นที่เคยเป็นมา

 

4. อนาคตของผู้อพยพ

7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

ในปีหน้าบรรดาผู้อพยพที่กำลังมองหาสถานที่ปลอดภัยในยุโรป อาจต้องเปลี่ยนใจใหม่ เพราะปี 2017 นี้ พวกเขาอาจเผชิญกับกระแสความหวาดกลัว และความเกลียดชังที่รุงแรงขึ้น

หลายรัฐบาลอาจตัดสินใจยุติการเปิดรับ รวมทั้งอาจดำเนินนโยบายส่งผู้อพยพกลับไปยังประเทศบ้านเกิดที่พวกเขาจากมา โดยเฉพาะผู้อพยพจากซีเรีย ที่ขณะนี้ดูเหมือนว่ารัฐบาลของบาร์ซา อัล-อัสซาดนั้นจะได้รับชัยชนะแล้ว และนานาประเทศกำลังร่วมกันผลักดันสันติภาพให้เกิดขึ้น เพื่อยุติความขัดแย้ง นอกจากนั้นในหลายประเทศของยุโรปเองน่าจะมุ่งความสนใจไปที่การเมืองในประเทศตนเองในปีหน้า มากกว่าปัญหาของเหล่าผู้อพยพ

และล่าสุดนายกรัฐมนตรีเยอรมนีเอง ผู้เป็นผู้นำในยุโรปด้านนโยบายเปิดรับผู้อพยพมาโดยตลอด เพิ่งจะทุมงบประมาณหลายล้านยูโน สำหรับโครงการส่งผู้อพยพจากอิรัก, อัฟกานิสถาน และคาบสมุทรบอลข่านกลับบ้าน โดยมีระยะเวลาการดำเนินการภายใน 3 ปี

 

5. แผนพัฒนาเศรษฐกิจจีนเชิงรุก

7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

ภายใต้การบริหารงานสหรัฐอเมริกา โดยทรัมป์ จีนไม่อาจอยู่นิ่งได้อีกต่อไป และต้องพัฒนาแผนเศรษฐกิจอย่างยิ่งยวด โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการคือ 1. เพิ่มการเติบโตของ GDP 2. เพิ่มการสร้างงาน และ 3. สร้างเสถียรภาพของระบบการเงิน ซึ่งเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมาบรรดาคณะกรรมการในพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนเอง ก็เพิ่งจะจัดการประชุมแผนเศรษฐกิจประจำปี 2017 ไป รวมทั้งการวางแผนรับมือกับนโยบายกีดกันทางการค้า ที่ทรัมป์เองเคยประกาศเอาไว้ และมองว่าจีนเป็นคู่แข่งตัวฉกาจอีกด้วย

ด้านรัฐบาลจีนเองคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศในปี 2017 จะชะลอตัวลง รวมถึงค่าเงินหยวนจะลดลงด้วย อย่างไรก็ตามรัฐบาลให้คำมั่นว่าเศรษฐกิจของจีนจะเติบโตขึ้น ภายใต้แผนพัฒนาฉบับใหม่

 

6. รถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ

7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

ในปีหน้ามีโอกาสสูงมากที่จะได้เห็นรถยนต์ไร้คนขับถูกพัฒนา และผลิตมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองเพื่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่เทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้บรรดาคนขับรถต้องตกงานนี้ ยังจะมาในรูปแบบของรถเช่าผ่านแอพพลิเคชั่นอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล, ฟอร์ดมอเตอร์ หรืออูเบอร์ บริษัทเหล่านี้ล้วนกำลังพัฒนารถยนต์ของตนให้ออกสู่ตลาดเร็วที่สุด จึงเป็นไปได้ว่าภาพของรถยนต์อัจฉริยะจะออกมาวิ่งตามท้องถนนี้ อาจเกิดขึ้นในอีกสองสามปีข้างหน้าแน่นอน ซึ่งในปีนี้ที่สิงคโปร์เองก็ได้มีการทดลองให้บริการรถแท็กซี่อัจฉิริยะมาแล้ว คงต้องรอลุ้นกันว่า ในอนาคตจะได้เห็นการเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบในประเทศใดเป็นประเทศแรก

 

7. มนุษย์จะไปถึงดาวอังคาร?

7 สิ่งน่าจับตาที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า จีนเพิ่งจะประกาศเป้าหมายใหม่ต้องการเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศในอนาคต และยังประกาศจะเดินทางไปให้ถึงดาวอังคารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์เองก็ประกาศว่าจะขึ้นไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร ด้านนาซ่า และองค์กรอวกาศยุโรป และรัสเซียเองก็เช่นกัน จึงเป็นไปได้ว่าในปีหน้าเราจะได้เห็นข่าวความสำเร็จ และเทคโนโลยีใหม่ๆ จากแผนการอันยิ่งใหญ่นี้เป็นแน่แท้ และความฝันว่าจะได้เห็นมนุษยชาติเหยียบพื้นผิวดาวอังคารอาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะสนามการแข่งขันเดินทางไปยังอวกาศ ก็ดุเดือดไม่แพ้การแข่งขันในสนามของรถยนต์ไร้คนขับเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์