
จีนทุ่มรถไฟกู้เศรษฐกิจ
จีนทุ่มทุนสร้างทางรถไฟหวังช่วยเศรษฐกิจ หลังปีหน้ามีแนวโน้มโตต่ำสุดในรอบกว่า 25 ปี
จีนทุ่มทุนสร้างทางรถไฟหวังช่วยเศรษฐกิจ หลังปีหน้ามีแนวโน้มโตต่ำสุดในรอบกว่า 25 ปี
สำนักงานสารสนเทศแห่งคณะมนตรีแห่งรัฐจีน (เอสซีไอโอ) เปิดเผยว่า เตรียมจะลงทุนอย่างน้อย 3.5 ล้านล้านหยวน (ราว 18 ล้านล้านบาท) ในการขยายเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศให้ได้อย่างน้อย 3 หมื่นกิโลเมตร ภายในปี 2020 โดยระยะทางดังกล่าวจะครอบคลุม 80% ของเมืองหลักๆ ในจีน ทั้งนี้จีนมีทางรถไฟราว 1.21 แสนกิโลเมตร ซึ่งรวมเส้นทางรถไฟความเร็วสูง 1.9 หมื่นกิโลเมตร เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา
หยางหยูตง สำนักงานการทางรถไฟแห่งชาติจีน ระบุว่า การลงทุนรถไฟจะช่วยเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคตะวันตกของประเทศที่ยังเผชิญกับความยากจน แม้การดำเนินการรถไฟจะไม่สร้างรายได้ให้กับทางการจีนก็ตาม โดยจีนจะปฏิรูปการดำเนินการรถไฟทั่วประเทศ ซึ่งหมายรวมถึงการขึ้นราคาค่าโดยสารและอนุญาตให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนเพื่อการลดภาระของไชน่า เรลเวย์ คอร์ป ผู้ดำเนินการรถไฟของจีนที่ขาดทุนไป 5,570 ล้านหยวน (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2016
ก่อนหน้านี้ จีนได้อนุญาตให้ภาคเอกชนได้เป็นผู้ดำเนินการบริการทางการรถไฟที่แล่นเฉพาะในเมืองเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการของประธานาธิบดี สีจิ้นผิงของจีน ที่จะปฏิรูประบบขนส่งให้มีความทันสมัยมากขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สีจิ้นผิง ระบุว่า เศรษฐกิจจีนไม่จำเป็นต้องโตได้ตามเป้าหมาย หากส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ด้านสถาบันสังคมศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซีเอเอสเอส) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวเพียง 6.5% ในปีหน้า นับเป็นขยายตัวต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 25 ปี และต่ำกว่าปีนี้ที่คาดจะโตได้ราว 6.7% รวมถึงยังเป็นขั้นต่ำที่สุดของ เป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนอีกด้วย ท่ามกลางการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดขึ้น เพื่อจัดการกับ ฟองสบู่ในสินทรัพย์
บลูมเบิร์ก ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยของข้อตกลงซื้อคืนระยะ 7 วัน เฉลี่ยอยู่ที่ 2.65% ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2015 ปรับขึ้นจาก 2.47% ในไตรมาสก่อน แสดงให้เห็นถึงต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับขึ้น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งซื้อขายระหว่างธนาคารปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 20 เดือน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก ระบุว่า การออกหุ้นกู้ใหม่ของภาคเอกชนและธนาคารในจีนเมื่อเดือน ธ.ค. 2016 อยู่ที่ 1.42 แสนล้านหยวน (ราว 7.38 แสนล้านบาท) ซึ่งน้อยกว่าปริมาณหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดไถ่ถอนในเดือนนี้ หลังต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้น โดยภาคเอกชนยกเลิกการออกหุ้นกู้ไปแล้วอย่างน้อย 1.17 แสนล้านหยวน (ราว 6.08 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งยกเลิกไป 2.97 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.54 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม อู๋ซีจี เทรดเดอร์อาวุโสของธนาคารไชน่า เมอร์ชานท์ แบงก์ กล่าวว่า การออกหุ้นกู้น้อยลงจะกระทบต่อสถานะการเงินของเอกชน ดังนั้นทางการจีนควรมีนโยบายการจำกัดหนี้ภาคเอกชนให้สมดุลกับความต้องการในการเพิ่มทุนของภาคเอกชนเพื่อไม่ให้กระทบต่อสถานะการเงินของภาคเอกชนจนเกินไป
ภาพ เอเอฟพี







