
ช้างศึกเช็กฟิตตั้ม งานยากหักอิเหนา
โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข
โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข
ทัพช้างศึก ต้องรอเช็กความฟิตของ ธนบูรณ์ จนนาทีสุดท้าย จึงไม่ใช่งานง่ายที่จะบุกอัดอินโดนีเซีย ในศึกซูซูกิ คัพ รอบชิงฯ นัดแรก วันที่ 14 ธ.ค.นี้
อินโดนีเซีย - ไทย
สนามปากันซารี สเตเดี้ยม
เวลา : 19.00 น.
ทัพนักเตะทีมชาติไทย อันดับ 129 ตามฟีฟ่าแรงกิ้ง อยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อาเซียนสมัยที่ 5 โดยมีคิวบุกเยือนอินโดนีเซีย อันดับ 179 ของโลก ซึ่งอกหักคว้าเพียงรองแชมป์รายการนี้มาแล้ว 4 ครั้ง
เกมนี้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ยังต้องรอเช็กความฟิตของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ปราการหลังตัวเก่ง จนถึงนาทีสุดท้ายว่าจะสามารถลงยืนคุมแนวรับได้หรือไม่ หลังมีอาการเจ็บข้อเท้าและไม่ได้ร่วมซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมอย่างเต็มที่ตั้งแต่เดินทางมาถึงถิ่นอิเหนา
“ความพร้อมน่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทุกคนสมบูรณ์ มีแค่ ธนบูรณ์ คนเดียวที่ขอเช็กอีกครั้ง เกมนี้เราต้องการที่จะโชว์ให้แฟนบอลที่เมืองไทยและอาเซียนได้เห็นว่าเราพัฒนามาขนาดไหน น้องๆ ทุกคนรู้ดีว่าต้องทำงานหนักกัน เราต้องการชนะ เพื่อที่จะเป็นงานง่ายขึ้นเมื่อกลับมาเมืองไทย ซึ่งแท็กติกวิธีการเราวางไว้หมดแล้ว” ซิโก้ เผย
แม้สถิติที่พบกันมาทั้งหมด 64 ครั้ง “ช้างศึก” จะเหนือกว่าชัดเจน ชนะ 30 เสมอ 17 แพ้ 17 โดยนัดล่าสุดพบกันในรอบแบ่งกลุ่มรายการนี้ ถล่ม 4-2 จากแฮตทริกของ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา และลูกเบิกร่องของ “บาส” พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ทว่ากุนซือวัย 43 ปี ยังชี้ว่าไม่ใช่งานง่าย
“เจออินโดนีเซียเป็นงานยากตลอด ผมมาเล่นที่นี้ มักจะเสมอจนต้องดวลจุดโทษประจำ แม้เกมนี้จะไม่ได้เล่นที่สนามเสนายันที่มีความจุเรือนแสนคน แต่สนามนี้ก็ยังมีแฟนบอลเจ้าถิ่นเข้ามาดู 3-4 หมื่นคนแน่นอน ดังนั้นเราต้องเล่นด้วยความไม่ประมาท เขาโดนฟีฟ่าแบนไป 2 ปี แต่ภายในประเทศยังแข่งขันอยู่ ซึ่งการที่ผ่านเข้ามาถึงรอบชิงฯ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีการพัฒนา เขามีนักเตะที่ดี มันไม่ใช่เกมที่ง่ายสำหรับเรา แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด” เฮดโค้ชช้างศึก ทิ้งท้าย
ด้านขุมกำลังทีมไทย “มุ้ย” ธีรศิลป์ ผู้นำดาวซัลโว 5 ประตู ที่เคยบุกมายิงประตูชัยให้ทีมชนะ 1-0 ในรอบตัดเชือก เมื่อปี 2008 จะฟิตลงล่าตาข่ายแน่นอน ส่วนคู่หูในแดนหน้าคาดว่า ศราวุฒิ มาสุข ที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในเกมถล่มเมียนมา 4-0 จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวเลือกแรก ส่วนที่เหลือฟูลทีม หาก “เจ้าตั้ม” ไม่พร้อมยังมี ประทุม ชูทอง กับ กรวิทย์ นามวิเศษ ที่สแตนด์บาย
ขณะที่ อัลเฟรด รีเดิล กุนซืออินโดนีเซีย ยอมรับว่าทีมเป็นรอง อีกทั้งผู้เล่นยังมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายอยู่บ้าง แต่จะสู้เต็มที่ โดยมี ริซกี ริโปรา (2 ประตู 3 แอสซิสต์) และ โบอาส ซาลอสซา (3 ประตู) เป็นทีเด็ด
ความน่าจะเป็น : เกมนี้สูสีสามารถออกได้ทุกหน้า แต่เชื่อว่าไทยยังน่าจะเอาตัวรอดกลับมาได้







