posttoday
เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

30 สิงหาคม 2553

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี : ทางการยังคงหวั่นความเสี่ยงหินเคลื่อนตัวปิดทางออก-คนงานเตรียมพร้อม

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี : ทางการยังคงหวั่นความเสี่ยงหินเคลื่อนตัวปิดทางออก-คนงานเตรียมพร้อม

เที่ยงคืนของวันอังคารที่ 12 ต.ค. หรือราว 10.00 น. ของวันพุธตามเวลาในประเทศไทย ทีมเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการช่วยชีวิตคนงานเหมืองในชิลีจะเริ่มต้นดำเนินการนำคนงานที่ติดอยู่ใต้ดินมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน กลับขึ้นมา

แต่ทว่า มีรายงานของเอเอฟพีระบุว่า ขั้นตอนการยกดึงงานทั้ง 33 คนขึ้นมา ถือเป็นกระบวนการที่มีความเสี่ยงจากการลื่นของชั้นหินมากที่สุด 

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

ความกังวลในเรื่องดังกล่าวกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางทุกวสายตาที่กำลังจับจ้อง 

การเคลื่อนตัวของหินที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ปิดทางเข้าออกของเหมือง ซึ่งทำให้คนงานเหมืองชาวฮังการี 32 คน และชาวโบลิเวีย 1 คน ติดอยู่ภายใต้เหมืองซานโฆเซ เหมืองขุดแร่ทองคำและทองแดง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของชิลี นับตั้งแต่นั้น 

ในแผนช่วยชีวิตครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะหย่อนแคปซูลช่วยชีวิตที่มีชื่อเรียกว่า โฟนิก ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งแคปซูลขนาดเล็กเพียงให้คนงานเหมืองยืนอยู่ภายในได้ และใช้กระบวนการชักลอกดึงขึ้นมาทีละคน โดยการที่แคปซูลดังกล่าวต้องมุดลงไปใต้ดินระยะทาง 622 นั้น จะใช้เวลาราว 15 นาที นานกว่าลิฟต์ใช้งานรุ่นเก่าๆ เสียอีก ขณะที่ระยะเวลาในการดึงขึ้นมาอย่างช้าๆ ราว 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น นั่นหมายความว่า ปฏิบัติการช่วยชีวิตครั้งนี้จะต้องใช้เวลาราว 2 วัน จึงจะสามารถนำคนงานเหมืองทั้ง 33 คน ขึ้นมาได้สำเร็จเสร็จสิ้น

ในกรณีที่คนงานเหมืองคนใดประสบปัญหาในระหว่างที่อยู่ภายในแคปซูล และในกระบวนการดึงขึ้นมานั้น เขาจะสามารถปล่อยตัวเองกลับลงสู่ใต้ดินอย่างๆ ได้ 

อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็หวังว่าการช่วยชีวิตจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี มีการเตรียมพร้อมในทุกๆ ด้าน ในช่วงก่อนหน้านี้ รวมถือการจัดตารางการออกกำลังกาย และทดสอบการรับมือกับภาวะความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น

คนงานเหมืองแต่ละคนจะสวมชุดที่เรียกว่า "bio-harness"  คล้ายกับที่ออกแบบให้กับนักบินอวกาศ โดยมีการติดตั้งเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ และอุณหภูมิในร่างกาย และระดับของออกซิเจน

ชิลีส่งทีมแพทย์ลงใต้เหมืองประเมินร่างกายและจิตใจเรียงลำดับช่วยคนงาน

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ทางการชิลีได้ส่งผู้ช่วยแพทย์ 3 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองกำลังพิเศษของกองทัพเรือ และ 13 ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ชีพจะทำงานร่วมกัน เพื่อประเมินสถานการณ์และตัดสินใจครั้งสุดท้าย เรียงลำดับผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือออกมาจากเหมืองใต้ดินก่อนและหลัง

รายชื่อลำดับก่อนหลังนั้นเลือกจากการทดสอบทางร่างกายและจิตใจในช่วงกว่า 2 เดือนที่คนงานทั้ง 33 คน ติดอยู่ใต้ดิน

ทั้งนี้ ผู้ที่จะขึ้นมาคนแรกควรเป็นผู้ที่สามารถควบคุมหรือรับมือกับความล้มเหลวหรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างที่อยู่ภายในแคปซูลช่วยชีวิตราว 15-20 นาที

นอกจากนี้ ยังต้องสามารถบรรยายหรือเล่าให้คนถัดไปได้เข้าใจ เพื่อเลี่ยงปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ ส่วนคนที่ขึ้นมาจากใต้ดินเป็นคนสุดท้ายต้องเป็นผู้ที่มีความแข็งแรงทางร่างกายมากที่สุด

เรนาโต นาวาร์โร หัวหน้าหน่วยเรือดำน้ำของกองทัพเรือชิลี ยังยืนยันที่จะไม่เปิดเผยรายชื่อลำดับก่อนหลังของผู้ที่จะขึ้นมาจากเหมือง เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยผู้ที่เป็นคนตัดสินใจเป็นคนสุดท้าย คือ บรรดาผู้ช่วยแพทย์เท่านั้น

แต่ก็มีการเล็งกันว่า ในบรรดาคนงานเหมืองที่ติดอยู่ใต้ดินทั้ง 33 คนนั้น เอดิสัน พีนา นักกีฬาที่วิ่งออกกำลังกายราว 10 กิโลเมตรต่อวันภายใต้เหมืองดังกล่าว เป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงที่สุด และน่าจะเป็นผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นคนแรก

33คนงานเหมืองติดอยู่ใต้ดินครบ 2 เดือน ญาติฉลองชื่นมื่น

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เอพีรายงานว่า ครอบครัวของ 33 คนงานเหมืองที่ติดอยู่ใต้ดิน ภายหลังเหมืองซานโอเซ ในชิลีถล่ม ร่วมกันร้องรำทำเพลง เพื่อฉลองในโอกาสครบรอบ 2 เดือนในวันนี้ (5 ต.ค.) ที่ 33 คนงานเหมืองติดอยู่ใต้ดิน ท่ามกลางความหวังว่าคนงานเหมืองทั้งหมดจะได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาเร็วกว่ากำหนด

คริสเตียน บาลา เจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยระบุว่า การฝึกซ้อมปฏิบัติการช่วยเหลือคนงานเหมือง โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ และรถบรรทุก จะมีขึ้นในวันที่ 8 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รายนี้ยังคงปฏิเสธว่า การฝึกซ้อมดังกล่าว เป็นการส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการช่วยเหลือจะมีขึ้นในเร็ววันนี้

"การฝึกซ้อมดังกล่าว เป็นเพียงการเตรียมใความพร้อมเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างสมบูรณ์และมั่นใจว่า จะไม่มีความผิดพบาดใดๆ เกิดขึ้นจากปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ" บารากล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเซบาสเตียน พิเนรา ออกมาแสดงความหวังว่าคคนงานเหมืองทั้งหมดน่าจะได้รับการช่วยเหลือออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะออกเดินทางไปยุโรป ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนดเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่า คนงานทั้งหมดต้องรอจนถึงเดือนธ.ค. จึงจะได้รับการช่วยเหลือขึ้นมา

ทางการชิลีปัดข่าวช่วยคนงานเหมืองชิลีได้กลางเดือนต.ค.

หนังสือพิมพ์รายชวัน  El Mercurio รายงานแหล่งข่าวไม่เปิดเผยนามของรัฐบาล ที่ระบุว่า เครื่องขุดเจาะที่นำมาใช้ในปฏิการช่วยเหลือคนงานเหมือง 33 คน ที่ติดอยู่ใต้ดิน หลังเกิดเหตุการณ์เหมืองซานโอฌซถล่มเมื่อวันที่ 5 ส.ค.นั้น สามารถขุดเจาะได้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

"มีโอกาสที่ปฏิบัติการช่วยเหลือคนงานเหมืองจะเสร็จสิ้นเร็ว กว่าที่ประธานาธิบดี เซบาสเตียน ปิเนร่า มีกำหนดจะออกเดินทางไปยุโรปในวันที่ 15 ต.ค.นี้" แหล่งข่าวไม่เปิดเผยนามกล่าวกับสื่อชิลี

ก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์เหมืองถล่ม เจ้าหน้าที่ของชิลีคาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยเหลือคนงานเหมืองทั้งหมดขึ้นมาได้ราวเดือนธ.ค. ก่อนที่จะมีการปรับร่นขึ้นมาเป้นราวต้นเดือนพ.ย.

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลอว์เรนซ์ โกลบอนล์ รัฐมนตรีเหมืองของชิลี เปิดเผยว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการช่วยเหลือคนงาานเหมือง เพียงแต่ระบุว่าอาจเร็วกว่ากำหนดเดิมที่มีการคาดการณ์ไว้

"อย่างที่เราพูดเสมอว่า การช่วยเหลือน่าจะเสร็จสิ้นราวต้อนเดือนพ.ย. แต่ทว่าแผนการดำเนินงานตอนนี้ลับรุดหน้าไปมากกว่าที่วางแผนไว้" รัฐมนตรีเหมืองระบุ

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงรายงานข่าวที่ว่า ปฏิบัติการช่วยชีวิต 33 คนงานเหมือง ที่อาจเสร็จสิ้นในช่วงกลางเดือนต.ค. รัฐมนตรีเหมืองระบุว่า ไม่รู้ว่าข้อมู,ดังกล่าวมาจากไหน

"ผมไม่ทราบว่ารายงานข่าวที่ว่านั้นมาจากไหน แหล่งข้อมูลเดียวที่ผมมีคือ ข้อมู,ทางเทคนิค" โกลบอนล์ กล่าว

ผู้นำชิลีเผยรัฐบาลพยายามทุกวิถี 33 คนงานเหมือง

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างคำกล่าวของประธานาธิบดี ปินเยรา ผู้นำชิลี เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่า รัฐบาลชิลีได้พยายามกระทำทุกวิถีทางอย่างเต็มความสามารถแล้ว เพื่อที่จะช่วยคนงานเหมืองที่ติดอยู่ใต้เหมืองซานโฆเซ่ทั้ง 33 ชีวิต อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าจะสามารถช่วยคนงานเหมืองเหล่านั้นออกมาได้เมื่อไร

"ภารกิจในวันนี้นับเป็นครั้งแรกที่เครื่องมือขุดเจาะทั้งสามเครื่องทำงานไปพร้อมๆ กัน เรายังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะสามารถเจาะไปถึงคนงานเหมืองได้เมื่อไร แต่เรารู้อยู่อย่างหนึ่งว่า ด้วยความช่วยเหลือของพระผู้เป็นเจ้า เราจะสามารถขุดไปจนถึงเหล่าคนงานเหมืองได้ในที่สุด" ประธานาธิบดีปินเยรากล่าวภายหลังเดินทางไปเยี่ยมชมปฏิบัติการช่วยเหลือ และพบปะกับครอบครัวของเหล่าคนงาน

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

"รับรองได้ว่า เราได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่จะสามารถเป็นไปได้ เราทำอย่างดีที่สุดแล้ว"ผู้นำชิลีระบุ

ทีมกู้ภัยระบุคนงานเหมืองชิลีขึ้นสู่พื้นโลกต้นเดือนพ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. เรเน อากิลาร์ หัวหน้าทีมกู้ภัยในปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือคนงานเหมืองชาวชิลีเปิดเผยว่า จะสามารถช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ในเมืองทั้ง 33 คนได้ภายในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาตรงกับที่เคยคาดการณ์ไว้ว่า จะสามารรถช่วยเหลือคนงานทั้งหมดขึ้นมาได้ทันการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และขณะนี้เครื่องขุดเจาะสามารรถขุดลงไปได้ลึกถึง 368 เมตร จากระดับความลึกที่คนงานเหมืองติดอยู่ที่ 700 เมตร นับตั้งแต่เริ่มการขุดเจาะเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม คาดว่า หากไม่สามารถช่วยเหลือคนงานเมหืองได้ทันในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ก็อาจช่วยทั้งหมดได้ภายในช่วงต้นเดือนธันวาคม

ชิลีปฏิเสธแผนการขุดเจาะใหม่

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ทางการชิลีได้ปฏิเสธแผนการขุดเจาะแผนใหม่ แผนที่ 4 หรือแผน D ในการขุดเจาะเหมืองแร่เพื่อช่วยคนงานเหมืองขึ้นมา เนื่องจากเป็นวิธีการที่เสี่ยงอันตรายมากเกินไป หลังจากแผนการขุดเจาะก่อนหน้านี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

เรเน อากิลาร์ หัวหน้าทีมขุดเจาะกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า แผนการขุดเจาะแผนที่ 4 หรือแผน D ซึ่งเสนอโดยมิเกล ฟอร์ท ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเหมืองแร่ ถูกเจ้าหน้าที่ของทางการชิลีปฏิเสธไม่ให้ดำเนินการเนื่องจากระบุว่าเป็นวิธีการที่เสี่ยงอันตรายและไม่น่าจะดำเนินการได้จริง

แผนดังกล่าวเสนอให้ใช้วิธีขุดเจาะจากทางเข้าเหมืองไปตามเส้นทางระบายอากาศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคระบุว่า ทางเข้าเหมืองนั้นได้ถูกทำลายไปพร้อมกับเหมืองแร่ที่ถล่มลงมาแล้ว

ก่อนหน้านี้ การขุดเจาะตามแผน A ได้ดำเนินไปแล้วเป็นระยะทางกว่า 256 เมตร แต่แผนการดังกล่าวกำลังจะต้องพักเอาไว้ชั่วคราวเพื่อทำการบำรุงรักษาเครื่องมือขุดเจาะ

ส่วนการขุดเจาะตามแผน B ซึ่งขุดไปแล้วกว่า 268 เมตรก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเครื่องมือขุดเจาะได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่วิศวกรระบุว่าหากไม่สามารถเก็บชิ้นส่วนที่แตกเสียหายของเครื่องมือขุดเจาะออกมาได้ก็จะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

ขณะที่แผน C ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนของการประกอบชิ้นส่วนเครื่องมือการขุดเจาะบริเวณใกล้กับเหมือง

วิศวกรอย่าด่วนให้ความหวังคนงานเหมือง

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. เอเอฟพี รายงานว่า แผน B ที่นำใช้เพื่อช่วยชีวิตคนงานเหมืองชิลีทั้ง 33 คน ที่ติดอยู่ใต้ดินลึก 702 เมตร นับตั้งแต่เกิดเหตุเหมืองถล่มนั้น ขณะนี้ได้มีความคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บรรดาวิศวกรต่างไม่ยืนยันว่าคนงานเหมืองทั้งหมดจะได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาเร็วกว่ากำหนดที่ตั้งไว้คือ 3-4 เดือนตามที่รัฐบาลระบุ

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

ทั้งนี้ มิเกล ฟอร์ด วิศวกร ระบุว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือตามแผน B ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนถึงเที่ยงวันของวันที่ 8 ก.ย. สามารถขุดลงไปได้ลึกถึง 123 เมตรแล้ว และหากดำเนินการขุดตามแผน B จะใช้ระยะทางในการขุดเจาะที่สั้นกว่าแผน A ที่มีระยะทางทั้งหมด 702 เมตร เหลือเพียง 620 เมตร

อย่างไรกห็ตาม แม้การดำเนินการขุดเจาะตาม แผน B จะเป็นไปอย่างรวดเร็วนั้น แต่ฟอร์ดเตือนให้ระมัดระวัง เกี่ยวกับการให้ความหวังคนงานผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้เหมืองตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ด้วยการย่นระยะเวลาในการให้ความช่วยเหลือว่าอาจช่วยขึ้นมาได้ในเดือนพ.ย.

ขณะที่ เรเน่ อากิลล่า ทีมกู้ภัย กล่าวว่า การขุดเจาะตามแผน B นั้นคาดว่าจะทำการขุดเจาะได้ราว 1-3 เมตรต่อ 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของหินที่เจาะลงไป ดังนั้น เงื่อนไขของเวลาในการทำงานจึงเปลี่ยนแปลงได้

มีรายงานด้วยว่าในวันที่ 18 ก.ย. นี้ ซึ่งตรงกับวันชาติชิลี จะมีการนำ แผน C ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาสั้นที่สุดคือ 2 เดือนเท่านั้น มาปฏิบัติการร่วมกับ แผนA และ B โดยคาดว่าแผนดังกล่าวจะย่นระยะทางการขุดเจาะลงเหลือเพียง 597 เมตร

ชิลียืนยันไม่ละทิ้ง33ชีวิต-เดินหน้าใช้3แผนกู้ชีวิต

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. เอเอฟพีรายงานว่า ลอเรนซ์ กัลบอร์น รัฐมนตรีเหมืองแร่ของชิลีให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวว่า ความพยายามที่จะช่วยเหลือคนงานเหมืองทั้ง 33 ชีวิตที่ติดอยู่ใต้ดินในครั้งนี้ประเมินว่าจะต้องใช้เงินจำนวนหลายล้านเหรียญสหรัฐ และตัวเลขดังกล่าวส่งต่อไปยังประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปินเยราแล้ว ซึ่งผู้นำชิลีจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะประกาศตัวเลขนั้นต่อสาธารณะชนหรือไม่ และเมื่อใด

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

ขณะที่สื่อประเมินกันว่า ปฎิบัติครั้งนี้จะต้องใช้เงินถึงราว 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 312 ล้านบาท) แต่ทว่า กัลบอร์นยืนยันว่า ชีวิตของคนไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขหรือราคาได้ และไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ละทิ้งทั้ง 33 ชีวิตที่ติดอยู่ใต้ดินนั้น

ขณะนี้ทีมปฎิบัติการกู้ชีวิตชาวเหมืองกำลังเดินหน้า 3 แผนการณ์ เพื่อหาทางนำร่างออกมาให้เร็วที่สุด

กัลบอร์นยังคงแสดงความกังวลในเรื่องสุขภาพของคนงานเหมืองเป็นสำคัญ เพราะคนงานอาจจะต้องติดอยู่ใต้อีกราว 4 เดือน และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะส่งแพทย์ลงไปรักษาพยาบาล ถ้าในกรณีที่คนงานต้องเผชิญกับอาการป่วย หรือโรคต่างๆ ซึ่งทุกคนรวมทั้ง รมต. ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

สภาพร่างกายของคนงานเหมือนในเวลานี้ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง ซึ่ง จอห์นนี บาร์ริออส หนึ่งในคนงานที่ติดอยู่ใต้ดินเคยฝึกหัดด้านการรักษาพยาบาล และเป็นแกนหลักสำคัญในการสื่อสารกับแพทย์ เพื่อช่วยดูแลเพื่อนร่วมชะตากรรมอีก 32 คน อาทิเช่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้วบาร์ริออสได้ทำหน้าที่ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่วเป็นสาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไวรัสอักเสบ หรือปอดอักเสบ รวมไปถึงวัคซีนกันบาดทะยัก และคอตีบด้วย

ปฏิบัติการช่วยชีวิตสุดมาราธอนครั้งนี้ต้องใช้กำลังคนจำนวนหลายร้อนคนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค วิศวกร แพทย์ และนักจิตวิทยา 

นอกจากนี้ การช่วยเหลือที่กำลังเดินหน้าทั้ง 3 แผน โดยขณะนี้แผน A และ B ได้เดินหน้าไปแล้ว

ขณะนี้แผน A ขุดเจาะไปได้ราว 100 เมตร จากระยะทางทั้งหมด 702 เมตร โดยประเมินว่าแผนนี้จะใช้เวลาราว 3-4 เดือน ส่วนแผน B เริ่มต้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งจะใช้ระยะทางในการขุดเจาะที่สั้นกว่าแผน A โดยคาดว่าระยะทางจะอยู่ที่ราว 620 เมตร แต่เมื่อเริ่มต้นดำเนินการไปได้เพียง 26 เมตร ก็ต้องพบกับปัญหาด้านเทคนิค

แผน C จะเริ่มต้นในวันที่ 18 ก.ย. นี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาสั้นที่สุดคือ 2 เดือนเท่านั้น โดยมีระยะทางขุดเจาะไปราว 597 เมตร

ครบ1เดือน ชิลียังมืดแปดด้าน

เมื่อวันที่  5 ก.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า ทางการชิลี ยังไม่สามารถระบุวันที่แน่ชัดว่า จะสามารถช่วยเหลือคนงานเหมืองทั้ง 33 คน ที่ติดอยู่ใต้เหมืองแร่ทองแดงและทองคำ ในเมืองโกปีอาโป ทางเหนือของประเทศชิลีได้ ที่เกิดถล่มลงมาเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมาได้

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

เอเอฟพี รายงานว่า ทางการชีลียังคงเปิดเผยเพียงว่า อาจต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าจะช่วยเหลือคนงานเหมืองที่รอดชีวิตปาฏิหาริย์เหล่านี้ได้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่  4 ก.ย.ที่ผ่านมา คนงานเหมืองทั้ง 33 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวโบลิเวีย 1 คน ได้มีโอกาสพูดคุยและเห็นหน้ากับคนในครอบครัว ผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นครั้งแรก ในรอบ 1 เดือน หลังเกิดเหตุเหมืองถล่ม จนถูกฝังอยู่ใต้ดินลึก 700 เมตร

ส่วนความคืบหน้าของปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วนั้น ล่าสุดทีมงานวิศวกรได้กำหนดแผนสำรองไว้ 2 แนวทาง คือ นำเครื่องขุดเจาะที่สามารถเจาะได้เร็วกว่าเข้ามาช่วย ทั้งนี้เครื่องขุดเจาะใหม่นี้ได้เดินทางถึงเหมืองตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ก.ย. โดยขั้นแรกจะใช้ในการขยายขนาดของช่อง เพื่อความสะดวกในการลำเลียงอุปกรณ์ขนาดใหญ่

สำหรับอีกแนวทางคือ การใช้แท่นขุดเจาะน้ำมัน ขนาดเท่าสนามฟุตบอล ขุดช่วยอีกทาง โดยคาดว่าจะเริ่มงานได้ในวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งตรงกับวันเฉลิมฉลองเอกราชของชิลี

นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า เรื่องราวความอึดฮึดของคนงานเหมืองทั้ง 33 คนนี้ ยังได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง และอาจได้รับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ท่ามกลางเสียวิพากษ์วิจจารณ์ว่าดครงการดังกล่าวเป็นการหาประโยชน์โดยมิชอบ

กำลังใจคนงานเหมืองกระเตื้อง นาซารุดให้คำแนะนำ

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า ขวัญกำลังใจของคนงานเหมืองชาวชิงลีที่ติดอยู่ใต้ดินลึก 700 เมตรเริ่มดีขึ้นอย่างมาก หลังจากกระบวนการเริ่มต้นการขุดเจาะเพื่อช่วยชีวิตคนงานทั้ง 33 คนเริ่มต้นขึ้นด้วยดี โดยมีเจ้าหน้าที่จากองค์การนาซาของสหรัฐคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด พร้อมชมเชยความกล้าหาญของคนงานที่ติดอยู่ใต้เมืองเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์แล้ว นอกจากนี้ นาซา ยังให้คำแนะนำกับคนงานเหมืองพถึงวิธีดำรงชีวิตภายใต้สภาวะขาดแสงสว่าง ส่วนความคืบหน้าการขุดเจาะ ได้ยุติลงชั่วขณะหนึ่งเพื่อตรวจสอบสภาพทางธรณีวิทยาของชั้นหินใต้ดิน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ในกรณีที่เครื่องขุดเจาะปะทะเข้ากับรอยเลื่อนของชั้นหิน จนอาจทำให้เหมืองถล่มลงมาอีก

การช่วยชีวิตชาวเหมืองชิลี 33 ชีวิต เริ่มต้นแล้ว

เอพีรายงานเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า คนงานเหมือง 33 คน ที่ติดอยู่ใต้ดินลึกกว่า 700 เมตร ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา จะต้องพยายามขนย้ายหินจำนวนหลายพันก้อนที่จะร่วงลงไปใต้ดิน ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตกำลังขุดเจาะช่องเพื่อนำทั้ง 33 ชีวิตออกมา

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเริ่มต้นทำการเจาะช่องขนาดใหญ่และกว้างพอที่จะสามารถดึงเอาคนงานเหมืองทั้ง 33 คน ขึ้นมาจากใต้ดิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้เจาะรูแคบๆ จำนวน 3 ช่อง เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างคนงานเหมืองที่ติดอยู่ใต้ดิน และเจ้าหน้าที่ที่กำลังเร่งมือช่วยชีวิต รวมทั้งเป็นช่องทางในการส่งอาหารและยายังชีพลงสู่ใต้ดินด้วย

รายงานระบุว่า เบื้องต้นจะเริ่มทำการขุดช่องนำร่องที่มีขนาดเท่ากับ 3 ช่องที่ขุดไปแล้วก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นจะใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่บดเจาะหินขยายช่องดังกล่าวนั้นอย่างช้าๆ ซึ่งจะส่งผลให้มีหินจำนวนมากตกลงไปยังเหมืองใต้ดินใกล้กับบริเวณที่ชายทั้ง 33 คนติดอยู่ ซึ่งถ้าพวกเขาไม่สามารถจัดการย้ายหินที่ร่วงลงไปใต้ดินให้รวดเร็วพอ ก็อาจจะทำให้ช่องที่เจาะลงไปตันและไร้ทางออก โดยรวมแล้วพวกเขาต้องช่วยกันย้ายก้อนหินที่ร่วงตกลงไปราว 3,000-4,000 ก้อน และต้องสลับสับเปลี่ยนกันทำงาน

ขณะเดียวกัน บีบีซีรายงานว่า มีรายละเอียดของการส่งข้าวของเครื่องใช้ลงไปใจ้ดิน ซึ่งปรากฎว่าในขณะนี้ชายที่ติดอยู่ใต้ดินกำลังมีอาการระคายเคืองผิว เนื่องจากสภาพอากาศอากาศที่ร้อนและชื้นใต้ดิน ทำให้กำลังมีการเร่งส่งเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าแห้งเร็วลงไป อีกทั้งยังมีการส่งเสื่อ เพื่อใช้ปูนอน ป้องกันการระคายเคืองจากการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะ นอกจากนี้ ยังมีการส่งเครื่องเล่น MP3 ลงไปด้วย

ส่วนความช่วยเหลือของทางองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการเตรียมตัวนักบินก่อนที่จะต้องไปปฎิบัติหน้าที่เป็นระยะเวลานาน  จะส่งเจ้าหนน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐมาถึงยังพื้นที่ในวันอังคารที่ 31 ส.ค.

ชิลีชื่นมื่นหลังได้ชมภาพวิดีโอคนงานเหมืองยังกำลังใจดี

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ที่มีโอกาสได้เห็นภาพวิดีโอม้วนแรกด้วยความยาวราว 5 นาที ที่ส่งมาจาก 33 คนงานเหมือง ซึ่งติดอยู่ใต้ดินลึกกว่า 700 เมตร ในชิลี ก็ต้องชื่นใจและรู้สึกโล่งใจมากขึ้น เมื่อทุกคนซึ่งติดอยู่ใต้ดินนานกว่า 21 วัน ในห้องขนาดราว 50 ตารางเมตรยังคงมีกำลังใจดี

ก่อนหน้านี้เกิดเหตุเหมืองถล่มซึ่งทำให้คนงานเหมืองติดอยู่ใต้ดินตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. และทางการพึ่งทราบว่าทั้งหมดยังคงมีชีวิตรอดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา และกำลังพยายามช่วยเหลือด้วยการส่งอาหารลงไปใต้ดิน แต่การช่วยเหลือเพื่อนำทุกคนออกมาจากใต้ดินต้องใช้เวลาราว 4 เดือน

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

ภาพวิดีโอตัดตอนมาจากความยาวราว 45 นาทีนี้ เกิดขึ้นจากการที่ช่างภาพรายหนึ่งส่งกล้องลงไปใต้ดิน ผ่านทางช่องเล็กๆ

รัฐมนตรีสาธารณสุขของชิลี กล่าวว่า คนงานส่วนมากแม้จะผ่ายผอม แต่ก็ยังคงมีสุขภาพที่ดี

ในภาพวิดีโอคนงานเหมืองรายหนึ่งอธิบายถึงบรรยากาศและสภาพใต้ดินไว้ด้วย

“เราจัดการทุกสิ่งที่นี่ได้อย่างดี” ผู้ติดอยู่ภายใต้ดินคนดังกล่าวเผย พร้อมชี้ไปมุมหนึ่งซึ่งมียารักษาโรควางอยู่ นอกจากนี้ทุกคนยังร่วมกันร้องเพลงชาติ

“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ ที่นี่เราเป็นมืออาชีพ เรามีช่างไฟ ช่างยนต์ มีผู้นำซึ่งเป็นศิลปินที่เก่งมาก ไม่มีคนงานเหมืองอย่างเมื่อ 100 หรือ 150 ปีที่แล้วอีกต่อไป คนเหล่านี้คือชาวเหมืองที่คุณจะต้องภูมิใจ” ชายคนหนึ่งกล่าว

ขณะที่คนงานรายหนึ่งกล่าวขอบคุณสำหรับความพยายามในการช่วยเหลือทุกคน

“เรารู้ว่าคุณกำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา คุณไม่ได้ปล่อยให้เราไว้ลำพัง พวกเราอยากที่จะส่งคำขอบคุณและความชื่นชมไปยังทุกๆ คน” และในเวลานั้นทุกคนภายใต้ดินก็ปรบมือพร้อมกันด้วยเสียงดัง

ห่วงคนงานเหมืองเผชิญแรงกกดดันด้านจิตใจ-อาการป่วย

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.เจ้าหน้าที่ชิลีได้แจ้งกับคนงานเหมืองทองซานโฮเซทั้ง 33 คนว่า ทั้งหมดอาจต้องติดอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินเหมือนอีกนานหลายเดือนก่อนที่จะได้รับ ความช่วยเหลือให้กลับมาบนพื้นโลกอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า คนงานเหมืองทั้ง 33 คน รับทราบข่าวคราวความล่าช้าในการช่วยเหลือด้วยความสงบ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เตือนว่า คนงานทั้งหมดอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านจิตใจ และความไม่พอใจ รวมถึงอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการติดอยู่ในอุโมงค์ที่แคบและมืดมิดในระดับ ความลึกจากพื้นดินถึง 700 เมตร

"เรามีโอกาสได้แจ้งกับพวกเขา ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจนกว่าจะถึงวันเฟียสตา ปาเตรียส (วันฉลองเอกราชของชิลีในวันที่ 18 ก.ย.) แต่เราหวังว่าพวกเขาจะออกมาจากอุโมงค์ก่อนวันคริสต์มาส" ไฮเม มานาลิช รัฐมนตรีสาธารณสุขของชิลีกล่าว

33คนงานเหมืองชิลีปลอดภัยแล้ว

สำนักข่าวบีบีซีรายงานกล่าวอ้างประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปินเยรา ผู้นำชิลี เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่า คนงานเหมืองแร่ชาวชิลีจำนวน 33 คน ซึ่งถูกฝังอยู่ภายใต้ก้อนหินที่ถล่มทับใส่เหมืองแร่ซานโฆเซเมื่อ 17 วันก่อน ขณะนี้สบายดี และอยู่ในที่พักพิงอย่างปลอดภัยแล้ว

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

"พวกเราทั้ง 33 คน สบายดี และขณะนี้อยู่ในที่พักพิงอย่างปลอดภัย" ข้อความในจดหมายของคนงานเหมืองแร่ระบุ

รายงานระบุว่า เมื่อ 17 วันก่อน คนงานเหมืองแร่ทั้ง 33 คน ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในเหมืองซานโฆเซ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโคปิอาโป ที่ระดับความลึกประมาณ 700 เมตร ทันใดนั้นเองก็ถูกก้อนหินถล่มลงมาทับทำให้เหล่าคนงานต้องติดอยู่ภายใต้ซากหิน

หน่วยกู้ภัยพยายามที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และค้นหาผู้รอดชีวิต ทว่าจนถึงกระทั่งวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้รับปฏิกิริยาใดๆ จากคนงานเหล่านั้น ทำให้ความหวังของบรรดาหน่วยกู้ภัยที่จะเห็นเหล่าคนงานเหมืองแร่รอดชีวิตเริ่มเลือนรางไป

ล่าสุดชาวชิลีก็ได้รับทราบข่าวดีเมื่อประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปินเยรา ผู้นำชิลีประกาศว่าคนงานเหมืองเหล่านั้นรอดชีวิต โดยได้แสดงกระดาษจดหมายข้อความของเหล่าคนงานผ่านทางโทรทัศน์ พร้อมทั้งเล่าถึงภาพบรรยาเหล่าบรรดาคนงานเหมืองโบกมือให้กับกล้องวีดีโอที่ถูกหย่อนลงไปภายในเหมือง

"วันนี้จะต้องเป็นวันที่ชาวชิลีร้องไห้ด้วยความปิติยินดีที่สุด" ประธานาธิบดีปินเยรากล่าว

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า อาจจะต้องใช้เวลาร่วมหลายเดือนจนกว่าจะสามารถนำตัวคนงานออกมาจากซากดังกล่าวได้

"เราจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลา แต่ก็ไม่สำคัญว่าจะใช้เวลานานเท่าใด เพราะยังไงเสียในที่สุดแล้วก็จะจบลงด้วยความสุข" ประธานาธิบดีปินเยรากล่าว

ย้อนรอยเหตุคนงานเหมืองชิลี

เหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่สนใจและน่าตื่นเต้นกับปฎิบัติช่วยชีวิตชาวเหมืองในชิลีเกิดขึ้นในเหมืองทองแดงและทองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงซานดิเอโก ของชิลีไปทางเหนือราว 700 กิโลเมตร

ทั้งนี้ อุบัติเหตุเหมืองที่รุนแรงไม่ได้เกิดบ่อยครั้งในชิลี และเหตุการณ์ที่ชายทั้ง 33 คน ติดอยู่ภายใต้เหมืองที่มีความลึกกว่า 700 เมตร เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา เมื่อคนงานได้ลงไปยังใต้ดิน และเกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อก้อนหินขนาดใหญ่เคลื่อนตัวมาปิดทางออก นั่นหมายถึงทั้ง 33 คน ต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง

เกาะติดปฏิบัติการกู้ภัย33ชีวิตใต้เหมืองชิลี

ทว่าคนที่ลุ้นไม่แพ้กันก็คือ ครอบครัวของทุกคนที่ต่างมาตั้งเต็นท์นอนรอ ความเคลื่อนไหว และปฎิบัติการช่วยเหลือในทุกย่างก้าว

เรื่องในลักษณะดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก แม้ชิลีจะเป็นประเทศที่ทำเหมืองแร่เป็นรายได้หลักก็ตาม  

ทันที่ทีมเจ้าหน้าที่ทราบแน่ชัดว่าชายทั้ง 33 คนยังรอดปลอดภัยดี หลังติดอยู่ใต้ดินราว 17 วัน ซึ่งถือเป็นชาวเหมืองที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุและติดอยู่ภายในเหมืองยาวนานที่สุด ก็ต้องถึงช่วงเวลาที่ต้องวางแผนและหาวิธีในการช่วยชีวิตทั้งหมดออกมา

เจ้าหน้าที่ทีมช่วยชีวิตจำเป็นต้องหากลวิธีในการช่วยคนงานเหล่านั้นออกมา ซึ่งก็มี 2 แผน

แผนที่ 1 คือ การทำช่องที่มีขยนาดกว้งพอสำหรับการนำคนงานขึ้นมาจากเหมืองดังกล่าวได้ โดยจะต้องเจาะลงไปลึกราว 700 เมตร และต้องใช้เวลาราว 3-4 เดือน จึงจะเสร็จสิ้น

หรือ อีกแผนหนึ่งคือ การต้องขุดทำอุโมงค์อันใหม่ ซึ่งอาจจะต้องมีระยะทางยาวประมาณ 3.5-5 กิโลเมตร ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะใช้เวลาเกือบ 1 ปี ซึ่งแน่นอนว่าแผนที่กำลังเดินการอยู่ในขณะนี้ก็จะเป้นไปตามแผนที่ 1 นั่นเอง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมาได้มีรายงานว่า อาจจะมีการหยิบยกเอาแผนใหม่ออกมา ซึ่งอาจจะสามารถย่นระยะเวลาให้เหลือเพียง 2 เดือนเท่านั้น แต่ทว่ายังไม่มีการยืนยันหรือรับแผนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

***โพสต์ทูเดย์จะอัพเดตความเคลื่อนไหวของการกู้ภัยคนงานเหมืองชิลีให้ทราบอย่างต่อเนื่อง***

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท