
ลุ้นขวาจัดผงาดอียู ประชามติอิตาลี
หวั่นประชามติอิตาลี-ออสเตรียทำอียูล่มสลาย หลังกระแสชาตินิยมได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
หวั่นประชามติอิตาลี-ออสเตรียทำอียูล่มสลาย หลังกระแสชาตินิยมได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
การเลือกตั้งประธานาธิบดีออสเตรียและการลงประชามติของอิตาลี ซึ่งจะมีการเปิดเผยผลในวันนี้ เป็นบททดสอบด่านแรกของกระแสชาตินิยมทั่วโลก หลังจากการออกจากยุโรป (อียู) ของอังกฤษหรือเบร็กซิต และชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน โดยในการหาเสียงเบร็กซิตและนโยบายของทรัมป์ต่างมีประเด็นชาตินิยมประกอบอยู่ด้วยทั้งคู่
อิตาลีทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญจำกัดอำนาจของวุฒิสภา ซึ่งทำให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถผ่านกฎหมายต่างๆ ได้โดยไม่ต้องรับความเห็นชอบจากวุฒิสภา โดยนายกรัฐมนตรี มัตเตโอ เรนซี ของอิตาลี ซึ่งสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว ให้คำมั่นจะลาออกจากตำแหน่งหากประชาชนคัดค้านการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเห็นว่า เรนซีจะมีอำนาจมากเกินไปหากประชามติผ่านและมีการยุบสภาเพื่อสร้างฐานอำนาจให้กับเรนซี
อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายคัดค้านได้รับชัยชนะและเรนซีต้องออกจากตำแหน่ง จะเปิดทางให้ฝ่ายค้านซึ่งต้องการออกจากอียูขึ้นมามีอำนาจแทน ซึ่งกลุ่มฝ่ายต่อต้านการปฏิรูปรัฐธรรมนูญนั้นนำโดยกลุ่มไฟสตาร์มูฟเมนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มแนวคิดชาตินิยมและต้องการให้มีการทำประชามติออกจากอียู ทั้งนี้ผลสำรวจก่อนการลงประชามติล่าสุดของซีเอ็นบีซี พบว่า ฝ่ายสนับสนุนนำอยู่ 53.5% ต่อ 46.5%
ขณะเดียวกัน ออสเตรียมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่อีกครั้ง หลังผลการเลือกตั้งในเดือน พ.ค.ถูกยกเลิกไปหลังพบความผิดปกติในการขอนับคะแนนในหลายเขต โดยเป็นการชิงตำแหน่งระหว่างอเล็กซานเดอร์ วอน เดอร์ เบลเลน วัย 72 ปี จากพรรคกรีนพาร์ตี และโนเบิร์ต โฮเฟอร์ วัย 45 ปี จากพรรคฟรีดอมพาร์ตี ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดและต่อต้านผู้อพยพ
ทั้งนี้ หากโฮเฟอร์ชนะ จะเป็นครั้งแรกในรอบราว 70 ปี ที่กลุ่มขวาจัดคว้าตำแหน่งผู้นำในยุโรปมาได้ตั้งแต่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมันโดยในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา วอน เดอร์ เบลเลน มีคะแนนนำโฮเฟอร์อยู่ราว 3 หมื่นคะแนนเท่านั้น ขณะที่ผลสำรวจก่อนการเลือกตั้งทั้งคู่มีคะแนนเท่ากันและยากจะระบุได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ
สำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า หากโฮเฟอร์ได้รับชัยชนะอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาโดมิโนในลักษณะเดียวกันทั่วยุโรป โดยฝรั่งเศส เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ต่างมีการเลือกตั้งสำคัญในปีหน้า







