
ซัมซุงปรับโครงสร้างใหญ่
เผยซัมซุงถกแผนปรับโครงสร้างใหญ่หลังเจอมรสุมแบตเตอรี่ การเมือง ด้านผู้นำเกาหลีใต้ปฏิเสธให้ปากคำอัยการ
เผยซัมซุงถกแผนปรับโครงสร้างใหญ่หลังเจอมรสุมแบตเตอรี่ การเมือง ด้านผู้นำเกาหลีใต้ปฏิเสธให้ปากคำอัยการ
รอยเตอร์สรายงานอ้างหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ว่า บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จะพิจารณาแผนการแยกบริษัทออกเป็น 2 บริษัท ตามที่เฮดจ์ฟันด์สัญชาติอเมริกัน เอลเลียต แมเนจเมนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ผู้ถือหุ้นของบริษัทเสนอมา โดยเป็นหนึ่งในความพยายามปรับโครงสร้างและ เพิ่มธรรมาภิบาล หลังจากที่ซัมซุงเผชิญวิกฤตแบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนรุ่นโน้ต 7 และยังพัวพันกับการจ่ายเงินให้เพื่อน คนสนิทของประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ในขณะนี้
ภายใต้แผนการดังกล่าว จะแยกส่วนของโกลบอล สมาร์ทโฟนออกมา ซึ่งเป็นส่วนที่ทำเงินที่สุดในบรรดาหน่วยธุรกิจทั้งหมด และจะเปิดทางให้ตระกูลอี ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งซัมซุงได้บริหาร โดยเอลเลียตได้เสนอแผนการปรับโครงสร้างมาตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่เพิ่งผ่านมา ในบรรดาข้อเสนอครั้งนี้ยังรวมถึงการขอให้จ่ายปันผลพิเศษแก่ผู้ถือหุ้น รวมเป็นเงิน 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.2 แสนล้านบาท) การให้คำมั่นจะจ่ายคืนอย่างน้อย 75% ของกระแสเงินสดอิสระส่วนของผู้ถือหุ้น และการยอมแต่งตั้งผู้บริหารอิสระเพิ่ม
ด้านคณะกรรมการบริหารจะร่วมประชุมกันในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เพื่อสรุป ว่าจะรับแผนการปรับโครงสร้างหรือไม่ โดยความพยายามปรับโครงสร้างของ บริษัทเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่มีการแต่งตั้ง อีแจยัง รองประธานบริษัทและบุตรชายของประธานซัมซุง ให้ขึ้น เป็นกรรมการบริหารเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ในปี 2015 ซัมซุงได้ทยอยขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ออกไปแล้ว
ทั้งนี้ นอกจากปัญหาแบตเตอรี่ สมาร์ทโฟนระเบิดจนนำไปสู่การเรียกคืนครั้งใหญ่ทั่วโลกและต้องระงับการผลิตชั่วคราวแล้ว ล่าสุดสำนักงานใหญ่ของบริษัทยังถูกอัยการเกาหลีใต้เข้าตรวจสอบเพื่อหาหลักฐาน กรณีพัวพันเรื่องการจ่ายเงินให้ ชเวซุนซิล เพื่อนสนิทของผู้นำเกาหลีใต้ซึ่งเป็นคนทรงชื่อดังในประเทศ
ชเวถูกตั้งข้อหาหลายกระทง อาทิ การใช้ความสนิทสนมกับปาร์กไปเรียกรับผลประโยชน์ โดยคาดว่ามีการเรียกเงินบริจาคเข้ามูลนิธิส่วนตัวได้ถึงกว่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,130 ล้านบาท) จนฉุดคะแนนนิยมของปาร์กต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และพรรคฝ่ายค้านต่างล่ารายชื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง
ล่าสุดนั้น ทนายความของปาร์ก กล่าวว่า ปาร์กปฏิเสธที่จะเข้าให้ปากคำกับอัยการ หลังจากถูกอัยการระบุว่ามีส่วน รู้เห็นเป็นใจที่ปล่อยให้เพื่อนสนิทและ อดีตผู้ช่วยไปเรียกรับผลประโยชน์ ขณะที่กลุ่ม สส.พรรคแซนูรี ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เริ่มออกมากดดันให้ปาร์กลาออกจากตำแหน่งเพื่อรักษาเกียรติแล้ว







