
เงินไหลออกเอเชีย10วันพุ่ง4แสนล้าน
นโยบายว่าที่ผู้นำสหรัฐ ทำเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่เกือบ แสนล้าน
นโยบายว่าที่ผู้นำสหรัฐ ทำเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่เกือบ แสนล้าน
บลูมเบิร์ก รายงานว่า นักลงทุน ทั่วโลกต่างเทขายหุ้นและตราสารหนี้ ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ฝั่งเอเชีย รวมมูลค่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.86 แสนล้านบาท) เนื่องจากกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินเหรียญสหรัฐพุ่งขึ้น
ข้อมูลระบุว่าระหว่างวันที่ 9-18 พ.ย. อินเดียมีเงินไหลออกมากที่สุดโดยต่างชาติขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.3 หมื่นล้านบาท) และขายสุทธิในตลาดหุ้น 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่ประเทศไทยมีเงินไหลออก เป็นอันดับ 2 ซึ่งมีการขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.05 หมื่นล้านบาท) และขายสุทธิในตลาดหุ้น 534.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ตามมาด้วยอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ส่งผลให้ภาพรวมทุนไหลเข้าทั้ง 6 ตลาดทุนตลอดทั้งปีนี้ ลดลงอยู่ที่ราว 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.95 ล้านล้านบาท)
มาซาคัตสึ ฟุกายะ เทรดเดอร์จากธนาคารมิซูโฮ กล่าวว่า กระแสทุนไหลออก จากกลุ่มตลาดเกิดใหม่อาจดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูทรัมป์ว่าจะเดินหน้านโยบายต่างๆ ตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ โดยนโยบายดังกล่าวอาจหนุนให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า ขึ้นต่อ และเป็นผลลบต่อตลาดเกิดใหม่
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดการซื้อขายปรับตัวขึ้นในวันที่ 22 พ.ย. จากคาดการณ์ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อาจบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมัน โดยดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียว ปรับขึ้น 0.3% ปิดที่ 18,162.94 จุด สูงสุดรอบ 10 เดือน ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อคืนวันที่ 21 พ.ย. ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 0.5% อยู่ที่ 18,956.69 จุด
ภาพ เอเอฟพี







