
จีน-รัสเซียดันค้าเสรีแปซิฟิก
ย้ำปักกิ่งพร้อมนำลงทุนโลก เอเชียหวั่นทรัมป์อ้างค่าเงินกดการค้า
ย้ำปักกิ่งพร้อมนำลงทุนโลก เอเชียหวั่นทรัมป์อ้างค่าเงินกดการค้า
จีนประกาศร่วมมือรัสเซียแนบแน่น เอเชียหวั่นสถานการณ์ค่าเงินอ่อนถูกสหรัฐใช้อ้างกดดันเพิ่ม
กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า จีนและรัสเซียจะร่วมมือกันผลักดันข้อตกลงเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก และเห็นชอบว่าทั้งสองประเทศควรเจรจาหารือกันให้บ่อยครั้งขึ้น ซึ่งแถลงการณ์ภายหลังการหารือนอกรอบระหว่างประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียครั้งนี้ นับเป็นท่าทีตอกย้ำบทบาทของจีนในเวทีการค้าโลก
ก่อนหน้านี้ สีจิ้นผิงได้ประกาศหลังการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่เปรู ว่า จีนจะกระตุ้นการค้าและความร่วมมือทั่วโลก โดยเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนต่างชาติให้เข้าถึงได้มากขึ้น และจะดำเนินบทบาทให้เข้มข้นขึ้นภายใต้กระบวนการโลกาภิวัตน์ ภายหลังจากที่ทั่วโลกวิตกกับแนวนโยบายปกป้องการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ
“จีนจะไม่ปิดประตูสู่โลกภายนอก แต่จะเปิดให้กว้างขึ้นกว่าเดิม เราจะทำให้มั่นใจว่าผลลัพธ์แห่งการพัฒนาจะได้รับการกระจายอย่างทั่วถึง” สีจิ้นผิง กล่าว
นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังแสดงความคาดหวังภายหลังพบกับประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐว่า การเปลี่ยนถ่ายรัฐบาลสหรัฐจะเป็นไปอย่างราบรื่นโดยที่ทั้งสองประเทศจะยังคงก้าวไปข้างหน้าต่อไป
ด้าน จอห์น คีย์ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าวว่า จีนสามารถเติมเต็มช่องว่างที่หายไปของสหรัฐได้ หากสหรัฐถอนตัวจากการสนับสนุนการค้าเสรีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ขณะที่นายกรัฐมนตรี มัลคอล์ม เทิร์นบูล ของออสเตรเลีย กล่าวถึงความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) 16 ประเทศ ที่มีจีนเป็นผู้นำการผลักดันว่า เป็นข้อตกลงการค้าเสรีพื้นๆ ทั่วไป ที่เน้นการลดกำแพงภาษีสินค้าและบริการ และไม่ได้ไปไกลเมื่อเทียบกับความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ทว่าตราบใดที่ออสเตรเลียสามารถเข้าถึงตลาดเพื่อการส่งออกได้มากกว่า ก็ถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่า
รอยเตอร์สรายงานว่า นอกจากความกังวลถึงนโยบายปกป้องการค้าแล้ว บรรดาประเทศผู้ส่งออกในเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ยังกังวลว่าสถานการณ์ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น อาจถูกรัฐบาลใหม่ของทรัมป์นำมาใช้เป็นข้ออ้างกีดกันทางการค้าได้ หลังจากที่อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่ถูกจับตามองมีการปั่นค่าเงิน
เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ค่าเงินที่อ่อนค่าลงจะยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้ทรัมป์โจมตีประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ว่าปั่นค่าเงินเพื่อกระตุ้นการส่งออก ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกาหลีใต้เปิดเผยว่ากำลังจับตาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกาหลีใต้ถูกขึ้นบัญชีดำที่สหรัฐจะสามารถดำเนินมาตรการตอบโต้ทางการค้าได้







