
โบสถ์คาทอลิกในรวันดาแถลงการณ์ขอโทษสำหรับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
บรรดาบาทหลวงจากโบสถ์คาทอลิกในรวันดาออกแถลงการณ์ขอโทษ และแสดงความเสียใจสำหรับการมีส่วนร่วมในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อ 22 ปีก่อน
บรรดาบาทหลวงจากโบสถ์คาทอลิกในรวันดาออกแถลงการณ์ขอโทษ และแสดงความเสียใจสำหรับการมีส่วนร่วมในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อ 22 ปีก่อน
โบสถ์คาทอลิกในประเทศรวันดาออกมาประกาศแถลงการณ์ขอโทษสำหรับการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นในรวันดา เมื่อปี 2537 โดยกล่าวว่าพวกเขารู้สึกเสียใจสำหรับการกระทำของทุกคนทีมีส่วนร่วมกับการสังหารหมู่ในวันนั้น
คำประกาศนี้มีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พระสังฆราชจากโบสถ์กล่าวว่า ในนามของคริสเตียนทางคณะสงฆ์ต้องขออภัยสำหรับทุกสิ่งที่โบสถ์ทำลงไป และเราเสียใจที่สมาชิกของโบสถ์ในตอนนั้นได้มีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการละเมิดคำสอนของพระผู้เป็นเจ้า
เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 800,000 ราย ทั้งหมดเป็นชาวทุตซี และฮูตู จากคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตกล่าวว่า บรรดาผู้เสียชีวิตจำนวนมากถูกฆ่าโดยบาทหลวง และแม่ชี ซึ่งทางรัฐบาลรายงานว่าพวกเขาตัดสินใจเดินทางไปยังโบสถ์เพื่อหาที่หลบภัย
หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบรรดากลุ่มผู้รอดชีวิต และรัฐบาลพยายามที่จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของโบสถ์ที่ก่ออาชญากรรมขึ้น ด้าน Tom Ndahiro นักวิจัยเกี่ยวกับเหตุการณ์วังหารหมู่ในรวันดากล่าวว่า ตัวเขาหวังว่าการออกมากล่าวแถลงการณ์ขอโทษจะช่วยเสริมสร้างความสามัคคีให้แก่ประชาชนในรวันดามากขึ้น
ผมประทับใจมากในการแถลงการณ์จากโบสถ์ การออกมากล่าวขอโทษของบรรดาสงฆ์แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นเรื่องรับไม่ได้ และไม่อาจให้เกิดขึ้นได้อีก เขากล่าว
เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดามีจุดเริ่มต้นจากการปลุกปั่นความเกลียดชังในสังคม ด้วยการแบ่งชนชั้นชาวทุตซี และชาวฮูตูในรวันดา สมัยที่ยังคงเป็นอาณานิคมของเบลเยียม เมื่อรวันดาเป็นเอกราช ประเทศนี้ถูกปกครองโดยรัฐบาลชาวทุตซีซึ่งกดขี่ชาวฮูตู จนนำไปสู่การปฏิวัติของชาวฮูตูและยึดอำนาจรัฐ ด้านชาวทุตซีบางส่วนหลบหนีไปยังนอกประเทศ และบางส่วนก็ก่อตั้งกองกำลังต่อต้านรัฐบาลฮูตู โดยใช้ชื่อว่า กลุ่มแนวหน้ารักชาติรวันดา (RPF)
ต่อมาในปี 2537 ประธานาธิบดี จูเวนาล ฮับยาริมานา ของฮูตู ตัดสินใจเจรจาสันติภาพกับ RPF ทว่าลูกน้องจำนวนมากของเขาไม่เห็นด้วยและหลังการตกลงสงบศึกนั้นเอง เครื่องบินของประธานาธิบดีก็ถูกจรวดมิซไซล์ลึกลับยิงถล่ม ปลิดชีพของเขา การตายของจูเวนาลกลายเป็นชนวนความโกรธแค้น โดยชาวฮูตุกล่าวหาว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของพวกทุตซี (เชื่อกันว่า ผู้ลงมือ น่าจะเป็นลูกน้องของประธานาธิบดีจูเวนาลที่ไม่พอใจการสงบศึก) หลังจากนั้นการล้างแค้นนองเลือดก็เริ่มขึ้น
กองทัพฮูตูและประชาชนบางส่วนได้ออกมาไล่สังหารชาวทุตซีโดยมีเป้าหมายหลักคือผู้ชายทุกวัย ด้วยข้ออ้างที่ว่า คนเหล่านี้อาจเข้าร่วมกับพวกกบฏ RPF หรือไม่ก็เป็นไปแนวร่วม ส่วนหญิงสาวชาวทุตซีถูกจับมาข่มขืนและสังหารทิ้งอย่างเหี้ยมโหด ขณะพวกที่รอดตายราวสองในสามก็ต้องกลายเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ เหตุการณ์รุนแรงกินเวลานานถึง 100 วัน มีผู้เสียชีวิตรวม 800,000 - 1,070,000 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวทุตซีถึงแปดแสนคน







