posttoday
13ปีที่รอคอย ซูเปอร์โซนิคกลับมาแล้ว

13ปีที่รอคอย ซูเปอร์โซนิคกลับมาแล้ว

20 พฤศจิกายน 2559

บริษัทในสหรัฐประกาศเดินหน้าพัฒนาเครื่องบินซูเปอร์โซนิค หวังลดระยะเวลาเดินทาง เตรียมบินทดสอบครั้งแรกปลายปีหน้า

บริษัทในสหรัฐประกาศเดินหน้าพัฒนาเครื่องบินซูเปอร์โซนิค หวังลดระยะเวลาเดินทาง เตรียมบินทดสอบครั้งแรกปลายปีหน้า

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 1960 เป็นครั้งแรกที่โลกได้สัมผัสกับการเดินทางทางอากาศด้วยความเร็วสูง จากสายการบินคองคอร์ด ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัทฝรั่งเศสและอังกฤษ

ในเวลานั้น ผู้โดยสารของสายการบินสามารถเดินทางจากมหานครนิวยอร์กของสหรัฐไปถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ใช้ระยะเวลาเพียง 3.5 ชม. ซึ่งนับว่าเร็วกว่าเกินเท่าตัว เมื่อเทียบกับการบิน 8 ชม.ด้วยเครื่องบินปกติ

ทว่า ด้วยปัจจัยภายนอกที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายการจัดการที่สูงขึ้น แถมยังต้องเผชิญกับการจำกัดเที่ยวบิน เนื่องจากการบินด้วยความเร็วสูงมากที่ระดับซูเปอร์โซนิค (ตั้งแต่มัค 1.2-5 และ 1 มัค คือความเร็วที่ราว 1,225 กม.ต่อ ชม. ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิโดยรอบ) จะก่อให้เกิดเสียงรบกวน จนทางการของบางประเทศสั่งห้ามเที่ยวบินพิเศษบินเหนือเขตแดนของตัวเอง ท้ายที่สุด คองคอร์ดก็จำใจให้บริการเที่ยวบินซูเปอร์โซนิคครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2003 และนับแต่นั้นมา ก็ไม่มีสายการบินแห่งใดในโลกที่ให้บริการนี้อีกเลย

กระทั่งล่าสุด บริษัทสตาร์ทอัพ Boom ถือกำเนิดขึ้นมา โดยมีเป้าหมายพุ่งตรงไปที่การสร้างเครื่องบินโดยสารความเร็วซูเปอร์โซนิคมาให้บริการชาวโลกอีกครั้ง โดยที่เคลมว่าได้แก้ไขปัญหาที่เป็นสาเหตุของความล้มเหลวของเครื่องบินซูเปอร์โซนิครุ่นพี่ด้วย

Boom ภูมิใจนำเสนอเครื่องบินซูเปอร์โซนิค XB-1 หรือมีชื่อเล่นเรียกอย่างน่ารักว่า Baby Boom (เบบี้ บูม) เดินทางด้วยความเร็วที่ 2.2 มัค หรือราว 2,335 กม.ต่อ ชม. บรรทุกผู้โดยสารได้สุทธิ 45 คน แม้จะจุคนได้น้อยกว่าคองคอร์ดหลายเท่า แต่ผู้ผลิตเทียบว่า XB-1 นั้นเดินทางได้เร็วกว่าถึง 10% จากสหรัฐถึงกรุงลอนดอนในเวลาไม่ถึง 3 ชม. หรือจากเมืองลอสแองเจลิสถึงซิดนีย์ของออสเตรเลีย ก็ใช้เวลาแค่ราว 6 ชม. 45 นาที นับว่าประหยัดเวลามาก เมื่อเทียบกับการเดินทางเครื่องบินปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 ชม.ต่อเที่ยว

อย่างไรก็ดี ข้อมูลสำคัญหลายอย่างเกี่ยวกับเบบี้ บูมยังคงเป็นความลับ เบลค สกอลล์ ผู้ก่อตั้ง Boom เผยเพียงแค่เชื่อมั่นว่า ด้วยการออกแบบยวดยานและนวัตกรรมของเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยขึ้น จะทำให้การบินของ XB-1 ประหยัดเชื้อเพลงได้มากกว่าเครื่องบินซูเปอร์โซนิคของคองคอร์ด 30% นอกจากนี้ ยังมีความสุ่มเสี่ยงที่จะขาดทุนน้อยกว่า จากห้องโดยสารที่เล็กกว่า บรรจุคนน้อยกว่า ซึ่งเป็นการอุดรอยรั่วของคองคอร์ดที่เคยประสบปัญหาไม่ได้กำไรจากการบินเร็วบินด่วน เพราะผู้ใช้บริการน้อยกว่าพื้นที่ที่รองรับ

แต่ในเวลาเดียวกัน การรองรับผู้โดยสารในจำนวนที่จำกัดกว่ามาก ก็เป็นข้อเสียในเรื่องของค่าใช้จ่าย เพราะในขณะที่เครื่องบินลำใหญ่ที่บรรทุกคนได้มากกว่า สามารถหารเฉลี่ยค่าใช้จ่ายการบินจนคิดเป็นค่าโดยสารที่ถูกลงได้ แต่อาจเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่าสำหรับ XB-1 ทว่า ทาง Boom ก็ยังยืนกรานว่า การบินด้วยความเร็วสูงคือตัวชูโรง ที่ดึงดูดใจให้ผู้โดยสารยอมควักกระเป๋าจ่ายแพงกว่า เพื่อประหยัดเวลาที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กลางอากาศแน่นอน

ทั้งนี้ ผู้คนจะได้เห็นเบบี้ บูมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าครั้งแรกช่วงปลายปีหน้า ซึ่งเป็นการทดสอบการบินจริงของเครื่อง โดยในขณะที่ยังไม่มีการผลิตเครื่องบินออกมาอย่างเป็นทางการ Boom ก็ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีมาก เช่น บริษัท Virgin Airlines ของมหาเศรษฐีคนดัง ริชาร์ด แบรนสัน ที่ตกลงซื้อเครื่องบินซูเปอร์โซนิคอย่างน้อย 10 ลำเรียบร้อยแล้ว

ที่มา www.m2fnews.com

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69