สินค้าประมง ความหวังใหม่เศรษฐกิจเวียดนาม
หลังจากที่ประเทศผู้นำการส่งออกสินค้าเกษตรกรของโลกอย่างเวียดนามประสบกับสภาวะชะลอตัว
โดย...ทศพล หงษ์ทอง
หลังจากที่ประเทศผู้นำการส่งออกสินค้าเกษตรกรของโลกอย่างเวียดนามประสบกับสภาวะชะลอตัว โดยในรอบ 9 เดือนแรกปีนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมเหลือเพียง 0.65% โดยกรมศุลกากรเวียดนามออกมาระบุว่า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มูลค่าการส่งออกผลไม้มีมากกว่ามูลค่าการส่งออกข้าว สถิติดังกล่าวจึงเป็นดังเครื่องหมายคำถามของเกษตรกรไปยังรัฐบาลถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรของเวียดนามจะเป็นเช่นไร เมื่อภัยแล้งยังคงรุนแรงขึ้นทุกปี
เหงียน กร๊วก หว่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมของเวียดนาม กล่าวว่า ผลผลิตกลุ่มผลไม้ใช้เวลาเพียง 4 ปี สามารถสร้างมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นราว 300% ขณะที่มูลค่าส่งออกข้าวเติบโตต่ำกว่า 10% ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงถึงเวลาที่เกษตรกรต้องเปลี่ยนแปลงการผลิตเพื่อรองรับตลาดโลก
ขณะที่ผลิตภัณฑ์และสินค้าประมงเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการขยายตัวของจำนวนประชากร โดยเฉพาะเทรนด์ผู้บริโภคที่หันมารักษาสุขภาพมากขึ้น อย่างผลิตภัณฑ์กุ้งสดและเนื้อปลาแซลมอน ที่คาดการณ์ว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์และสินค้าสัตว์น้ำในตลาดโลกจะพุ่งสูงถึง 4.3 ล้านล้านบาท ในปี 2562 ด้วยอัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่าปีละ 10%
ขณะที่ทวีปเอเชียแปซิฟิกเป็นผู้ผลิตหลักเพื่อป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดโลก โดยมีสัดส่วนกว่า 90% ของสินค้าทั้งหมด โดยมีผู้ผลิตชั้นนำอย่างจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ อีกทั้งประเทศจีนยังเป็นตลาดสัตว์น้ำที่ใหญ่สุดในเอเชียอีกด้วย โดยในปี 2557 เวียดนามได้เปรียบดุลการค้าในสินค้าสัตว์น้ำกว่า 2.41 แสนล้านบาท ด้วยมูลค่าการส่งออก 3.67 แสนล้านบาท และการนำเข้าราว 1.26 แสนล้านบาท
ตรึง ดินห์ โฮ เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเล (VASEP) กล่าวว่า แม้ในปี 2558 ผู้ส่งออกอาหารทะเลต้องเผชิญกับความยากลำบาก จากมูลค่าการส่งออกที่ลดลง 15% แต่ในปีนี้การส่งออกสินค้าประมงเวียดนามจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งอยู่ที่ 8% มีมูลค่าราว 2.48 แสนล้านบาท โดยเฉพาะการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งและเนื้อปลาทูน่าที่จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% ขณะที่หอย ปลาหมึกและปลาหมึกยักษ์ จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5% โดยมีสินค้าประมงส่งออกหลัก ได้แก่ ปลาทูน่า กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ ปลาดุกและผลิตภัณฑ์หอย
โดยในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกประมงขยายตัว 4% มีมูลค่า 1.2 แสนล้านบาท โดยสหรัฐเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีสัดส่วนกว่า 31% ของการส่งออกสินค้าประมงทั้งหมด ส่วนการส่งออกไปยังจีนขยายตัวถึง 43% ในรอบ 6 เดือนแรกมีมูลค่า 1.22 หมื่นล้านบาท โดยเวียดนามส่งออกสินค้าประมงไปยัง 144 ประเทศทั่วโลก ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป จีนและเกาหลีใต้
ทั้งนี้ VASEP ระบุว่า สินค้าประมงที่จะมาแรงในปีนี้ของเวียดนาม ได้แก่ เนื้อแพนกาเซียสดอร์รี (ปลาสวายเวียดนาม) ซึ่งผู้ส่งออกมองว่าในช่วงวันหยุดเทศกาลปลายปีจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% ในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่การส่งออกจะก้าวกระโดดไปถึง 20% เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก
ตรึง เสริมว่า เวียดนามกำลังก้าวขึ้นสู่ศูนย์กลางการแปรรูปอาหารและสินค้าประมงอาเซียน หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ทั้งจากจีนและสหรัฐต่างเข้ามาตั้งโรงงานในเวียดนามเพื่อแปรรูปและส่งออกอาหารทะเลกลับไปขายในแผ่นดินใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นต่างเพิ่มคุณภาพของสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานการส่งออก
อย่างไรก็ตาม จากการตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่เคยเป็นความหวังด้านการค้าของกลุ่มสมาชิกอาเซียน อาจมีอันยุติลงภายหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐ ประกาศชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับทีพีพี ทว่าเรื่องนี้ยังอาจเป็นข่าวดี ที่มาเร็วของผู้ประกอบการประมงชาวเวียดนามและอาเซียน ซึ่งจะสามารถปรับกลยุทธ์ธุรกิจ
เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ตลอดจนแสวงหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพทางการค้าเพียงพอต่อไปในอนาคต


