
นักลงทุนหนีบอนด์ลงหุ้น
ดอลลาร์พุ่งแข็งสุดรอบเกือบปี ลุ้นผู้นำใหม่มะกันทุ่มคลังตามสัญญา
ดอลลาร์พุ่งแข็งสุดรอบเกือบปี ลุ้นผู้นำใหม่มะกันทุ่มคลังตามสัญญา
โลกแห่ถอนทุนหนีพันธบัตร หันลงตลาดหุ้นตลาดพัฒนาแล้ว คาดนโยบายทรัมป์ดันเงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง
ดัชนีพันธบัตรทั่วโลกของแบงก์ออฟอเมริกาปรับลง 1.18% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการปรับลดที่มากที่สุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2015 หรือคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 35 ล้านล้านบาท) หลังนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการปรับลดภาษีจะช่วยดันอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในทีแรก
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นเหนือ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ปรับขึ้น 0.37% เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในเอเชียแปซิฟิกและยุโรปต่างปรับขึ้น เช่น พันธบัตรเยอรมนี 10 ปี ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปี ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. หลังนักลงทุนถอนทุนไป 2.7 หมื่นล้านบาท
ขณะเดียวกัน ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 11 เดือน เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ด้านตลาดหุ้นของประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่น ดัชนียูโรสต๊อกซ์ 600 ปรับขึ้น 1.1% ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ขณะที่ดัชนีนิกเกอิปิดตัวแดนบวก 1.7% เมื่อวานนี้ หลังค่าเงินเยนอ่อนค่าลงไปมากที่สุดในรอบ 9 เดือน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสวนทางกับตลาดเกิดใหม่ โดยดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่ปรับตัวลง 1% เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องจากการปรับลดลงไป 7% นับตั้งแต่การเลือกตั้งสหรัฐเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีเอ็มไอซีไอเอเชีย-แปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น ปรับลงไปแตะจุดต่ำสุดตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. นำโดยฮ่องกงที่ร่วงลงไป 2.7% และอินโดนีเซียที่ปรับลง 2.2% เมื่อวานนี้
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนีสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราเงินเฟ้อ 5 ปี ซึ่งบ่งชี้คาดการณ์ราคาสินค้าของบรรดาเทรดเดอร์ คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้น 2.03% ซึ่งเป็นอัตราที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2014 และยังมากกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2% ส่งผลให้เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อไม่ให้มากเกินไป
ไทฮุย หัวหน้านักกลยุทธ์ฝ่ายเอเชียของเจ.พี.มอร์แกน เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า นโยบายของทรัมป์ทั้งการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การใช้งบประมาณขาดดุล การปกป้องการค้า และการปฏิรูปการอพยพเข้าเมือง จะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในสหรัฐ เช่น ถ้ามีการปิดรับแรงงานต่างชาติ จะทำให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หรือการปิดรับสินค้าราคาถูกจากจีนก็จะทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐเพิ่มขึ้นเช่นกัน







