
เจาะเบื้องลึกเบื้องหลัง "ทรัมป์" กำชัยชนะ
นโยบายของทรัมป์กำลังครองใจประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่เป็นคนทำงานผิวขาวอนุรักษนิยม
โดย... www.m2fnews.com
ตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือนหลังจากที่ ฮิลลารี คลินตัน ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน เข้าห้ำหั่นในศึกชิงเก้าอี้ผู้นำประเทศ ดูเหมือนว่าโพลเกือบทุกสำนักจะยกให้นักการเมืองหญิงผู้เจนจัดมีคะแนนนิยมนำมาโดยตลอด ส่วนนักธุรกิจที่ผันตัวเองมาเล่นการเมืองอย่างทรัมป์ นอกจากจะมีคะแนนไล่หลังแล้ว ยังมีภาพลักษณ์เสียๆ หายๆ ทั้งการพูดจาที่โผงผาง นโยบายที่สุดโต่ง และเรื่องอื้อฉาวต่างๆ นานา
ดูจากรูปการณ์แล้ว ทรัมป์คงเอาชนะฮิลลารีได้ยาก แม้ฝ่ายหญิงจะเผชิญกับการสอบสวนเรื่องการใช้อีเมลส่วนตัวในงานราชการจนทำให้คะแนนวูบลงในช่วงโค้งสุดท้าย แต่โพลส่วนใหญ่ก็ยังให้นางเป็นตัวเก็ง
แต่แล้วเรื่องเหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น เมื่อเปิดคูหาเลือกตั้งกันจริงๆ ทรัมป์กลับทุบปากกาเซียนขยี้โพลทุกสำนัก หักด่านเข้ามาซิวเก้าอี้ประธานาธิบดีแบบที่ชาวโลกยังงงไม่หายว่าเป็นไปได้อย่างไรกัน?
เมื่อดูจากคะแนนคณะผู้เลือกตั้งแล้วยิ่งแทบไม่น่าเชื่อ เพราะทรัมป์กวาดไปถึง 276 คะแนน ส่วนฮิลลารีได้ไป 218 คะแนน แถมยังได้ลุ้นเล็กๆ แค่การนับคะแนนช่วงแรก หลังจากเริ่มนับคะแนนไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าฮิลลารีกลับแผ่วปลาย
แม้แต่ในรัฐที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครชัดเจน หรือ Swing State อย่างรัฐเพนซิลเวเนียและรัฐฟลอริดา ก็ยังเทคะแนนให้ทรัมป์อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ นับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะตามปกติแล้วรัฐเพนซิลเวเนียเป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต ขณะที่รัฐฟลอริดามีประชากรชาวฮิสแปนิกเป็นจำนวนมาก และน่าจะเทคะแนนให้ฮิลลารี เพราะทรัมป์มีนโยบายไม่เป็นมิตรกับชาวฮิสแปนิก แต่ปรากฏว่ารัฐฟลอริดากลับเลือกฝ่ายหลัง
การที่ทรัมป์กวาดรัฐ Swing State ทั้งสองรัฐ รวมถึงโอไฮโอและมิชินแกนอีก 2 รัฐที่เดิมเป็นฐานเสียงของเดโมแครต จึงทำให้เขาสามารถฝังคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามได้อย่างชะงัด ท่ามกลางความตื่นตะลึงและเศร้าเสียใจของผู้สนับสนุนฮิลลารี ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าคะแนนเลือกตั้งจะออกมาในรูปแบบนี้ โดยที่การคว้าชัยในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดที่ 55 เสียง ไม่ช่วยให้สถานการณ์ของฮิลลารีดีขึ้นมาเลย เป็นเพียงเปลวเทียนที่สว่างวาบครั้งสุดท้าย ก่อนจะดับวูบลงในอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น
สาเหตุที่ทรัมป์สามารถซื้อใจรัฐ Swing State ได้ก็เพราะนโยบายกระตุ้นภาคธุรกิจที่ชัดเจน โดยระหว่างการรณรงค์หาเสียงที่รัฐทางภาคเหนือแถบทะเลสาบเกรทเลค ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่เคยรุ่งโรจน์ของสหรัฐ และเป็นฐานเสียงเดิมของพรรคเดโมแครต ทรัมป์ประกาศว่าจะฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้รุ่งเรืองอีกครั้ง จะทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีที่ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและการส่งออก-นำเข้าของประเทศ และหากภาคธรุกิจใดย้ายฐานการผลิต เขาจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าในอัตราที่สูงมากเป็นการลงโทษ นโยบายเหล่านี้เป็นที่ถูกใจประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว คือ รัฐมิชิแกน โอไฮโอ เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน จนเปลี่ยนใจมาโหวตให้เขา ทั้งบางรัฐที่ไม่ได้เลือกพรรครีพับลิกันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 80 หรือแม้แต่รัฐไอโอวาที่ไม่ได้สนใจพรรครีพับลิกันมาตั้งแต่ปี 2004 ก็กลับมาเลือกทรัมป์คราวนี้
สมรภูมิเหล่านี้เองที่ทำให้ฮิลลารีเพลี่ยงพล้ำ จนผู้สนับสนุนพากันน้ำตาเล็ดอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
อีกประเด็นก็คือ สถานะทางเพศและจุดยืนเรื่องเชื้อชาติของผู้แข่งขันทั้งสองราย จากผลเอกซิตโพลล์พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่สนับสนุนฮิลลารี ส่วนผู้ชายสนับสนุนทรัมป์ ครั้งหนึ่งของคนผิวขาวสนับสนุนรีพับลิกัน และคนผิวดำ 9 ใน 10 คน รวมถึงชาวฮิสแปนิก 2 ใน 3 สนับสนุนเดโมแครต
ความพ่ายแพ้ของฮิลลารีปรากฏเด่นชัดมาตลอดเวลา ทั้งในด้านนโยบายที่ขาดความชัดเจน และเจ้าตัวเปลี่ยนจุดยืนมาหลายครั้ง หรือแม้แต่สถานะเรื่องเพศ แต่สาเหตุที่ทำให้นางถูกล็อกเป็นตัวเก็งก็เพราะการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนส่วนใหญ่ในสหรัฐที่พร้อมใจสนับสนุนค่ายเดโมแครต และระดมรายงานข่าวของทรัมป์ในทางเสียหาย
จนลืมมองไปว่า นโยบายของทรัมป์กำลังครองใจประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่เป็นคนทำงานผิวขาวอนุรักษนิยม ซึ่งเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงเพราะนโยบายการค้าเสรีและเกิดอาการต่อต้าน เมื่อเกิดกระแสนับสนุนสิทธิชนกลุ่มน้อยผิวสี คนรักร่วมเพศ และผู้อพยพอย่างเฟื่องฟูในช่วงรัฐบาลโอบามา
ทรัมป์จับประเด็นเหล่านี้มาเหลาให้แหลมคม จนกลายเป็นอาวุธทิ่มแทงฮิลลารีในท้ายที่สุด โดยที่นางนึกกระหยิ่มว่าเป็นตัวเก็งมาโดยตลอด
ภาพ...เอเอฟพี







