
ฝูงบินรบสังหารประชาชนซีเรีย 20 คน ในเมืองรักกา
ปฏิบัติการขับไล่กลุ่มไอเอสออกจากเมืองรักกา โดยกองกำลังประชาธิปไตยซีเรียและพันธมิตรส่งผลให้มีชาวบ้านเสียชีวิตจากการโจมตี
ปฏิบัติการขับไล่กลุ่มไอเอสออกจากเมืองรักกา โดยกองกำลังประชาธิปไตยซีเรียและพันธมิตรส่งผลให้มีชาวบ้านเสียชีวิตจากการโจมตี
เครื่องบินรบสหรัฐและพันธมิตรโจมตีกลุ่มไอเอสในเมืองรักกา ส่งผลให้ประชาชนชาวซีเรีย 20 คนเสียชีวิตและอีก 30 คนได้รับบาดเจ็บ ในหมู่บ้านทางตอนเหนือของเมือง
หอสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวซีเรีย โดยสหราชอาณาจักรรายงานว่าในจำนวนผู้เสียชีวิต มีผู้หญิงและเด็กรวม 6 คนอยู่ด้วย โดยการโจมตีเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่หมู่บ้าน al-Heisha ซึ่งกลุ่มไอเอสที่ตกเป็นเป้าโจมตีได้ยึดหมู่บ้านเอาไว้
ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยกลุ่มนักรบชาวเคิร์ด และนักรบอาหรับที่มีเป้าหมายต้องการยึดคืนเมืองรักกามาจากกลุ่มไอเอส ซึ่งเมืองนี้เป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอเอส ในซีเรีย
ด้านโฆษกหญิงของพันธมิตรอาหรับ กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย หรือ SDF กลับปฏิเสธรายงานจำนวนชาวบ้านที่เสียชีวิตดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นข่าวที่เกิดขึ้นโดยกลุ่มไอเอส
ปฏิบัติการยึดคืนเมืองรักกานี้ถูกประกาศขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังเมืองนี้ถูกไอเอสยึดครองมานานถึง 3 ปี
รายงานจาก SDF ระบุว่า ในหมู่บ้าน al-Heisha มีชาวบ้านอาศัยอยู่ราว 200 ครอบครัว หนึ่งในชาวเมืองที่หลบหนีออกมาได้ มีชื่อว่า Saada al-Aboud กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า กลุ่มไอเอสถืออาวุธหนักลาดตระเวนไปทั่วเมือง และหากใครต่อต้านหรือคิดหนีจะถูกกลุ่มไอเอสทำร้าย
พวกเขาไม่ปล่อยให้ใครหนี เราจำเป็นต้องพาเด็กๆกับคนแก่หนีออกจากเมือง และทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง al-Aboud กล่าว
หอสังเกตการณ์ซีเรียรายงานว่ามีประชาชนจำนวน 680 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 169 คนที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลซีเรียเองยอมรับว่ามีผู้เสียชีวิตในระหว่างการโจมคีเพียง 55 คนเท่านั้น ตลอดระยะเวลาจากเดือนสิงหาคม ปี 2014 - กรกฎาคม ปี 2016
ตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างขัดแย้ง เพราะเมื่อเดือนที่ผ่านมา องค์การนิรโทษกรรมสากลกล่าวว่า มีประชาชนราว 100 คนที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ปีนี้ ในบริเวณเมือง Manbij ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองรักกา ในระหว่างที่ SDF พยายามขับไล่กลุ่มไอเอสออกไปจากเมือง
ขอบคุณภาพจาก BBC







