posttoday
หวั่นเปลี่ยนผู้นำมะกัน กระทบจีนชิ่งถึงไทย

หวั่นเปลี่ยนผู้นำมะกัน กระทบจีนชิ่งถึงไทย

09 พฤศจิกายน 2559

นักเศรษฐศาสตร์ฟันธง หาก ฮิลลารี คลินตัน หรือโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ นโยบายเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรง แต่จะส่งผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกจีนที่ชะลอตัวลง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือทีพีพี จะส่งผลดีต่อไทย

นักเศรษฐศาสตร์ฟันธง หาก ฮิลลารี คลินตัน หรือโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ นโยบายเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรง แต่จะส่งผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกจีนที่ชะลอตัวลง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือทีพีพี จะส่งผลดีต่อไทย

อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ทั้ง ฮิลลารี และ ทรัมป์ ต่างมีนโยบายมุ่งเน้นเศรษฐกิจภายใน กีดกันทางการค้ากับจีน ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทบกับสหรัฐเอง เพราะสหรัฐพึ่งพาสินค้าและวัตถุดิบจากจีนมาก 20% ของการนำเข้า หากไม่นำเข้าจากจีนและขึ้นภาษีนำเข้า อาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพสหรัฐสูงขึ้น

สำหรับผลกระทบโดยตรงต่ออาเซียน ในแง่การส่งออกนั้นไทยจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เพราะสหรัฐนำเข้าจากไทยสัดส่วน 1.3% ส่วนไทยส่งออกไปสหรัฐสัดส่วน 11.4% สินค้าส่วนใหญ่เป็นห่วงโซ่การผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกกีดกัน เช่นเดียวกับกัมพูชาและเวียดนาม ส่วนใหญ่ส่งออกสิ่งทอซึ่งเป็นสินค้าที่สหรัฐต้องการนำเข้าอยู่ แต่ประเทศที่จะได้รับผลกระทบ คือ มาเลเซียและสิงคโปร์ อาจถูกกีดกันการค้าเพราะผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่แข่งกับสหรัฐโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากนโยบายสหรัฐที่กีดกันการค้ากับจีน เพราะจะทำให้จีนส่งออกสินค้าได้น้อยลง ความต้องการนำเข้าสินค้าจากไทยและประเทศอาเซียนก็น้อยลงตามไปด้วย ซึ่งไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปจีน 10% และส่งออกไปอาเซียน 25% ทำให้การส่งออกไทยมีโอกาสติดลบต่อเนื่องในปีหน้า

“ข้อดีของนโยบายสหรัฐอย่างหนึ่ง คือ การทบทวนความตกลงทีพีพี เราไม่ต้องกังวลว่าจะเสียเปรียบ จึงควรใช้โอกาสนี้ผลักดันความร่วมมือในกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ให้สำเร็จ ด้วยจะช่วยผลักดันการค้าการลงทุนในกลุ่มมากขึ้น” อมรเทพ กล่าว

สำหรับผลต่อตลาดเงินไทย ต้องติดตามค่าเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่า หากฮิลลารีได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ค่าเงินบาทปลายปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 35.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่วนกรณีทรัมป์ได้รับเลือก ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงมากกว่า โดยมาอยู่ที่ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ เพราะตลาดผิดคาด จะทำให้นักลงทุนเข้าไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย โดยในส่วนเงินเหรียญสหรัฐนั้น กรณีทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี จะแข็งค่ากว่ากรณฮิลลารี

นอกจากนี้ ยังมีผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการปรับดอกเบี้ย โดยเดือน ธ.ค.นี้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งแน่นอน ไม่ว่าใครได้รับเลือก ส่วนปีหน้าหากเป็นกรณี ทรัมป์ได้รับเลือก นโยบายเศรษฐกิจจะเร่งการเติบโตในระยะสั้น อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยปลายปีหน้าขยับสูง 2 ครั้ง ไปอยู่ที่ 1.00-1.25% แต่หากฮิลลารีได้รับเลือก อัตราดอกเบี้ยอาจขยับขึ้นได้เพียงครั้งเดียว อยู่ที่ 0.75-1.00% และค่าเงินบาทสิ้นปี 2560 จะอยู่ที่ 37 บาท/เหรียญสหรัฐ

“คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะคงที่ในอัตรา 1.50% ไปถึงปลายปีหน้า ไม่น่าขยับขึ้นตามนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐ” อมรเทพ ระบุ

มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโท การจัดการภาครัฐและเอกชน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า เชื่อว่าหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐจะดีขึ้นไม่ว่าใครได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า  รวมถึงไทยที่มีสัดส่วนการค้ากับสหรัฐมากถึง 10%

ทั้งนี้ ไทยควรใช้โอกาสนี้สร้างบรรยากาศดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น เพราะผู้สมัครทั้งสองฝ่ายมีท่าทีไม่สนับสนุนทีพีพี ทำให้ไทยคลายความกังวลต่อการลงทุนของต่างชาติที่มีแนวคิดย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามเบาบางลงได้ โดยภาครัฐต้องเร่งรัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนของภาครัฐ เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยให้ดีขึ้น ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และปี 2560

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์