
ไทย’ที่6ละเมิดลิขสิทธิ์ในเอเชีย
‘
อิเหนา-เวียดนามรั้งอันดับบ๊วย จับตา‘จีน’เอาตัวรอดเหนือชั้นโพสต์ทูเดย์ — อินโดนีเซียขึ้นแท่นละเมิดลิขสิทธิ์สูงสุดในเอเชีย ด้านไทยไม่น้อยหน้ารั้งอันดับ 6
บริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเมือง (เพิร์ก) เปิดเผยผลสำรวจผู้จัดการที่เป็นชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจอยู่ใน 12 ประเทศในเอเชียระหว่างเดือน มิ.ย. ถึงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6 ของประเทศเอเชียที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญามากที่สุด ส่วนแชมป์ประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในปีนี้ตกเป็นของอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ เพิร์ก ระบุว่า แม้อินโดนีเซียจะผ่านกฎหมายใหม่หลายฉบับที่น่าจะทำให้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้น ทว่ากฎหมายเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อินโดนีเซียยังคงติดอันดับประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์สูงที่สุดในโลก
ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศที่มีการจัดการกับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ดีที่สุดในเอเชีย ตามด้วยญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย
ส่วนเวียดนาม ถูกจัดให้อยู่ในอันดับรั้งท้ายตาราง ตามหลังจีน ฟิลิปปินส์ และอินเดีย เนื่องจากมีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์สูสีกับอินโดนีเซีย
เอเอฟพี รายงานว่า ผลสำรวจดังกล่าวเป็นการสะท้อนผลการศึกษาของกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทั่วโลก ซึ่งกำลังหวั่นวิตกเกี่ยวกับการเข้าถึงภาพยนตร์และซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ได้อย่างง่ายดายในประเทศอาเซียน แม้รัฐบาลจะมีการปราบปรามก็ตาม
“
ผลการจัดอันดับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ในระดับที่ต่ำมากนี้ ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นว่าประเทศเหล่านี้มีการคุ้มครองสิทธิทางปัญญาในระดับที่น้อยแล้ว แต่ยังแสดงให้เห็นถึงปัญหาด้านระบบสาธารณูปโภค การเมืองที่ไร้ประสิทธิภาพ และข้อจำกัดด้านแรงงานอีกด้วย” เพิร์ก ระบุเพิร์ก ยังระบุด้วยว่า จีนกำลังถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีบริษัทขนาดใหญ่ที่สามารถใช้เทคโนโลยีละเมิดลิขสิทธิ์ ขึ้นไปแข่งขันกับบริษัทต่างชาติได้ ผิดกับเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่ไม่มีศักยภาพใช้วิธีการดังกล่าวสร้างผลกระทบในระดับโลกเหมือนอย่างที่บริษัทจีนทำ
รายงานระบุด้วยว่า แม้จีนจะมีความก้าวหน้าเรื่องการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ทว่า เป้าหมายของจีนที่เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีของบริษัทต่างชาติมายังบริษัทจีนเพื่อแลกกับการได้เข้ามาลงทุนในตลาดขนาดใหญ่ของจีนนั้น ยังคงเป็นปัญหาอยู่







