
เกษตรเมืองยุคใหม่ หนทางสู่ความยั่งยืน
คนเมืองยุคใหม่หันมาสนใจการทำเกษตรกรรมกันมากขึ้นทั่วโลก โดยอาศัยพื้นที่ว่างเล็กๆ ในบ้านหรือคอนโดมิเนียมปลูกพืชผักสวนครัว
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
คนเมืองยุคใหม่หันมาสนใจการทำเกษตรกรรมกันมากขึ้นทั่วโลก โดยอาศัยพื้นที่ว่างเล็กๆ ในบ้านหรือคอนโดมิเนียมปลูกพืชผักสวนครัว ขณะที่ตึกสูงบางแห่งของโลกก็เริ่มเปลี่ยนพื้นที่บริเวณหลังคา ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ปราศจากการใช้สอย ให้กลายเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ซึ่งเริ่มมีการเลี้ยงสัตว์ในรูปแบบทั้งสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์
รีเสิร์ชแอนด์มาร์เก็ต สถาบันวิจัยตลาด พบว่า ในปี 2015 ที่ผ่านมา ประชากรราว 800 ล้านคนทั่วโลกมีความเกี่ยวข้องกับการทำเกษตรกรรมรูปแบบเมือง อย่างไรก็ตาม แม้การทำเกษตรกรรมเมืองจะมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก แต่ยังขาดการสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐ และมักขาดการวางแผนอย่างรอบคอบ
ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า การทำเกษตรในรูปแบบดังกล่าวแทบไม่มีส่วนช่วยเพิ่มความยั่งยืนด้านอาหารของชาวเมืองได้ เนื่องจากผลผลิตมีปริมาณที่น้อยเกินกว่าความต้องการ และผู้บริโภคยังไม่นิยมเพราะขาดการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีและน่าซื้อ ขณะที่บางแห่งยังขาดเครื่องมือที่ใช้ในการทำเกษตรรูปแบบดังกล่าว เช่น การปลูกเรือนเกษตร
นอกจากนี้ ซีเอ็นเอ็นยังยกตัวอย่างเกษตรกรเมืองในสหราชอาณาจักรที่ มักประสบปัญหาการขาดแคลนเงินทุน จนต้องหันไปเก็บค่าเข้าชมของผู้มาดูงานเกษตรเมือง หรือรับเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิและรัฐบาลเพื่อจะทำเกษตรในรูปแบบดังกล่าวต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม เดบบี้ สเตปนาว วุฒิสมาชิกจากมิชิแกน เปิดเผยเมื่อ วันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า กำลังเตรียมเสนอกฎหมายเกษตรกรรมเมืองปี 2016 ให้กับสภาคองเกรส โดยจะเปิดทาง ให้สร้างสำนักงานการทำเกษตรเมือง เพื่อประสานความร่วมมือจากกระทรวงเกษตร และสนับสนุนความช่วยเหลือด้านเทคนิคให้กับเกษตรกรเมือง
การปลูกพืชในรูปแบบดังกล่าว ไม่เพียงได้รับความนิยมแค่ในตะวันตกเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นทั่วโลกและอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
เกษตรเมืองช่วยสิงคโปร์พื้นที่น้อย
เคาบุนวัน รัฐมนตรีคมนาคมของสิงคโปร์ เปิดเผยภายหลังการประชุมด้านเกษตรและป่าไม้อาเซียน ว่า สิงคโปร์มีวิสัยทัศน์ดำเนินการทำเกษตรกรรมในอนาคตโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งมีศักยภาพการผลิตในระดับสูง รวมถึงการทำเกษตรรูปแบบเมือง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการดึงคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมทำเกษตรกรรมมากขึ้น
รัฐมนตรีคนดังกล่าว ระบุว่า ภาคส่วนการเกษตรเป็นภาคส่วนเล็กๆ ในสิงคโปร์ เนื่องจากพื้นที่ของสิงคโปร์มีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์จำเป็นต้องพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนทางด้านอาหาร โดยสิงคโปร์มีการวิจัยและพัฒนาในสายการผลิตผลิตภัณฑ์การเกษตร ซึ่งรวมถึงการพัฒนาการทำเกษตรแนวตั้งในร่ม เพื่อปลูกพืชใบเขียวของเอเชียที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูง
สิงคโปร์เริ่มมีการปลูกพืชแนวตั้งในร่มแล้ว เช่น สกายกรีน ผู้ผลิตสินค้าเกษตรในสิงคโปร์ใช้รูปแบบการปลูกพืชแนวตั้ง ที่สร้างพืชผลได้ 3,000 ตัน/ปี
“ในพื้นที่ที่เท่ากัน เกษตรแนวตั้งสามารถช่วยผลิตพืชผลได้มากถึง 10 เท่า” เงียมตองตัว ประธานของสกาย กรีน กล่าว
ญี่ปุ่นปลูกพืชในอาคาร
อุตสาหกรรมเกษตรของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบหนักจากคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อเดือน มี.ค. 2011 ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมดังกล่าวมากถึง 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.6 ล้านล้านบาท) และก่อให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับอาหารและน้ำ ซึ่งอาจปนเปื้อนสารเคมีจากการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังประสบปัญหาเกษตรกรมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ย อยู่ที่ 66 ปี เมื่อปี 2011 เมื่อเทียบกับ 59 ปี เมื่อปี 1995 ขณะที่ชาวญี่ปุ่น รุ่นใหม่นิยมงานในเมืองมากกว่าการทำเกษตรกรรม
อย่างไรก็ตาม ภายในอาคารสูง ของเกาะโอไดบะในกรุงโตเกียว บริษัท พาโซนา ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ กลับมีการปลูกพืชผักสวนครัว รวมถึงข้าวสารไว้ภายในอาคารทั่วพื้นที่ 2.15 แสนตารางฟุต มาตั้งแต่ปี 2012 ด้วยการใช้ดวงไฟแทนแสงอาทิตย์ โดยผลผลิตที่ได้จะกลายมาเป็นอาหารของพนักงาน หรือแม้กระทั่งนำไปขายในตลาดสินค้าเกษตรท้องถิ่น รวมถึงมีการฝึกสอนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น การแปรรูปข้าวเป็นเหล้าสาเก
“หนึ่งในลูกค้าของบริษัทเราอยู่ในภาคส่วนการเกษตร พวกเราเปลี่ยนสำนักงานใหญ่ของเราให้กลายเป็นฟาร์มเมือง เพื่อช่วยแสดงให้ผู้คนเห็นว่ามีวิธีทำการเกษตรมากกว่าการเตรียมผืนที่ดินในประเทศของเรา” เรียว นากายามะ หนึ่งในลูกจ้างของพาโซนา กล่าว







