posttoday
60% ของคนรวยในจีน ต้องการลงทุนในต่างประเทศและอพยพไปอยู่ภายใน 3 ปี

60% ของคนรวยในจีน ต้องการลงทุนในต่างประเทศและอพยพไปอยู่ภายใน 3 ปี

29 ตุลาคม 2559

ผลสำรวจความคิดเห็นของเศรษฐีจีนต่ออสังหาริมทรัพย์ และค่าเงินหยวน พวกเขาไม่มั่นใจนักสำหรับเศรษฐกิจในประเทศ

ผลสำรวจความคิดเห็นของเศรษฐีจีนต่ออสังหาริมทรัพย์ และค่าเงินหยวน พวกเขาไม่มั่นใจนักสำหรับเศรษฐกิจในประเทศ

มากกว่า 60% ของชาวจีนที่ร่ำรวยต่างมีแผนที่จะลงทุนทำธุรกิจ และย้ายไปอาศัยอยู่ยังต่างประเทศภายในระยะเวลา 3 ปี โดยเมืองที่เป็นที่โปรดปรานของบรรดาเศรษฐีจีนมากที่สุด 3 อันดับได้แก่ ลอสแอนเจลิส, ซาน ฟรานซิสโก และซีแอตเทิล ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

เศรษฐีจีนประมาณ 56% กล่าวว่า พวกเขาค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับค่าเงินหยวนที่ลดลง ซึ่งข้อมูลจาก Immigration and the Chinese High-Net-Worth Individuals 2016 ร่วมด้วยนิตยาสาร Hurun Report และ Visas Consulting ระบุว่าค่าเงินหยวนนั้นลดลงร้อยละ 10 เมือเทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา

ผลสำรวจครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสนทนากับบรรดาคนร่ำรวยในจีน เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม ที่ผ่านมา จำนวน 240 คน ซึ่งทั้งหมดมีสินทรัพย์ประมาณ 27 ล้านหยวน และต่างวางแผนสำหรับอนาคตไว้ที่ต่างประเทศ

Rupert Hoogewerf ประธานกรรมาการของ Hurun Report กล่าวว่า ค่าเงินหยวนที่อ่อนลงส่งผลให้นักธุรกิจจำนวนมากกังวลว่าถึงการเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ และการล้มของอสังหาริมทรัพย์ นั่นทำให้พวกเขามองหาลู่ทางในต่างประเทศมากขึ้น

ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ราคาของบ้านเพิ่มขึ้นถึง 205% ในเซินเจิ้น และ 94% ในเซียงไฮ้ การเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์นี้สูงแซงหน้าเมืองใหญ่ๆอย่าง ลอนดอน และซานฟรานซิสโกเสียอีก

ปัจจุบันในจีนมีผู้คนที่มีสินทรัพย์มากกว่า 10 ล้านหยวนประมาณ 1.34 ล้านคน ในจำนวนนี้ 60% หรือคิดเป็น 800,000 คน กำลังต้องการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งอันดับประเทศในฝันแห่งการอพยพไปอาศัยอยู่ของชาวจีนนั้น สหรัฐอเมริกามาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคืออังกฤษ, แคนาดา, ออสเตรเลีย และสิงคโปร์

เดวิด เฉิน จาก Visas Consulting กล่าวว่า ตัวเลือกประเทศใดๆก็ตามนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการคำนึงถึงการศึกษาของเด็กๆ และสิ่งแวดล้อมของเมือง นั่นทำให้ตัวเลือกอันดับต้นๆล้วนเป็นเมืองที่อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ในขณะที่เมืองเศรษฐกิจอย่างฮ่องกงนั้นได้รับความนิยมเพียง 1.1% เท่านั้น ลดลงจากเดิมเมื่อปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2.2%

ในจำนวนผู้ถูกสำรวจ SCMP รายงานว่ามีจำนวน 15% ที่ลงทุนไปแล้วเพื่อกระจายความเสี่ยง และเตรียมพร้อมสำหรับที่อยู่อาศัย และการศึกษาให้แก่ลูกๆของพวกเขา ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 80% กล่าวว่าเงินลงทุนของพวกเขาใช้ไปกับงานอดิเรก เช่นงานศิลปะ, นาฬิกาหรูหรา, ไวน์ และรถยนต์โบราณเป็นต้น

 

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง