posttoday
จับตาญี่ปุ่น

จับตาญี่ปุ่น

25 สิงหาคม 2553

อัพเดตเศรษฐกิจครึ่งปีหลังก็ต้องยอมรับว่า บรรดามหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งหลายกำลังเข้าสู่ภาวะ “ฝ่อ” กันอีกครั้งหนึ่ง แม้กระทั่งจีนที่ผลจากการดำเนินนโยบายลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจจะทำให้จีนเริ่มชะลอลงในครึ่งหลัง

อัพเดตเศรษฐกิจครึ่งปีหลังก็ต้องยอมรับว่า บรรดามหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งหลายกำลังเข้าสู่ภาวะ “ฝ่อ” กันอีกครั้งหนึ่ง แม้กระทั่งจีนที่ผลจากการดำเนินนโยบายลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจจะทำให้จีนเริ่มชะลอลงในครึ่งหลัง

โดย...ธนพล ไชยภาษี

ส่วนที่สหรัฐดังที่รู้กันครับว่า เศรษฐกิจของเขานิ่งจนผิดปกติ โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มัวแต่นั่งกอดผลกำไรเอาไว้ ซึ่งเป็นกำไรที่ได้จากการตัดลดต้นทุน และไม่ยอมลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ก็ทำให้ปัญหาเดิมๆ ของสหรัฐแก้ไม่ตก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคนว่างงาน ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ขณะที่ยุโรปเองวิกฤตหนี้ก็ทำเอายุโรปซึมกันไปไม่น้อย เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เยอรมนีเปิดเผยตัวเลขการขาดดุลงบประมาณครึ่งปีแรกของปีนี้ ปรากฏว่าติบลบเพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วครับ ไปอยู่ที่ 4.28 หมื่นล้านยูโร คิดเป็น 3.5% ของจีดีพีครึ่งปี ถือว่าเกินเพดานที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 3.0%

แต่ประเทศที่ผมคิดว่าน่าจะต้องจับตากันมากที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ก็คือ ญี่ปุ่น ครับ ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีระดับหนี้สาธารณะสูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากวิกฤตในสหรัฐอย่างหนักหนาสาหัส และต้องบอกว่าเป็นผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

นั่นเป็นเพราะว่าญี่ปุ่นพึ่งพาการส่งออกเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก ตลาดสินค้าของญี่ปุ่นมีอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐ เอเชีย หรือยุโรป ขณะนี้ ตลาดสหรัฐและยุโรปฟุบหนัก ญี่ปุ่นก็ยังโงหัวไม่ขึ้น ส่วนในตลาดเอเชียก็กำลังเจอจีนรุกหนัก

แต่ปัญหาที่น่าจับตามองกันมากที่สุดในขณะนี้คือปัญหาการแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่น ที่เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เงินเหรียญสหรัฐก็อ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบ 15 ปี เมื่อเทียบกับเงินเยนไปอยู่ที่ 84.17 เยนต่อ 1 เหรียญสหรัฐ แถมดึงเอาดัชนีหุ้นนิกเกอิ ของตลาดโตเกียวหลุดไปอยู่ระดับต่ำกว่า 9,000 จุดอีกด้วย

การแข็งค่าของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีปัจจัยหลักมาจากปัญหาภายในญี่ปุ่นเอง แต่เป็นผลกระทบมาจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ที่พานทำเอาเงินเยนแข็งโป๊กมาหลายช่วงในปีนี้ จนถึงกับขนาดที่นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่นบอกว่าจะจับตามองอย่างใกล้ชิด

อีกทั้งเมื่อวานนี้ก็ถึงกับยกหูโทรศัพท์หารือกับผู้ว่าการธนาคารกลางกันทีเดียว แต่ทว่ายังไม่มีนโยบายอะไรออกมาแทรกแซงค่าเงินในช่วงนี้

ก็ดังเป็นที่รู้กันครับ เงินเยนแข็งค่าเมื่อไหร่ ย่อมส่งผลร้ายต่อภาคธุรกิจของญี่ปุ่นโดยตรง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นพึ่งพารายได้จากการส่งออกเป็นหลักครับ

เมื่อเงินเยนแข็ง ก็หมายความว่า กำไรจากการขายสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งขายเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินเยนก็จะได้ลดน้อยถอยลงตามกลไกแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

ตลาดส่งออกของญี่ปุ่นหลักทั้งในสหรัฐและยุโรปก็ยังไม่ค่อยจะฟื้น เงินเยนก็มาแข็งอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเป็นการสร้างภาวะเสี่ยงต่อเศรษฐกิจแดนปลาดิบจนถึงขีดอันตรายแล้ว

เชื่อว่าอีกไม่นานนี้ อาจจะได้เห็นการแทรกแซงค่าเงินจากญี่ปุ่นครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท