posttoday
ลูซิโอ โค บิ๊กค้าปลีก‘เพียวโกลด์’

ลูซิโอ โค บิ๊กค้าปลีก‘เพียวโกลด์’

10 ตุลาคม 2559

ธุรกิจค้าปลีก อีกหนึ่งกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ จากมูลค่าอุตสาหกรรมซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่คาดการณ์ว่าจะทะลุ 2.65 ล้านล้านบาท

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

ธุรกิจค้าปลีก อีกหนึ่งกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ จากมูลค่าอุตสาหกรรมซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่คาดการณ์ว่าจะทะลุ 2.65 ล้านล้านบาท ในปี 2560 จากศักยภาพกำลังซื้อของประชากรชั้นกลางที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับจำนวนประชากรซึ่งมากเป็นอันดับสองของอาเซียน

โดยเฉพาะร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Sari-Sari Store) ซึ่งดูเหมือนจะเข้ากับวัฒนธรรมการบริโภคของประชากรในประเทศกำลังพัฒนาอย่างภูมิภาคอาเซียน

ลูซิโอ โค (Lucio Co) ชาวฟิลิปปินส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท เพียวโกลด์ (Puregold) ที่ถูกยกให้เป็นผู้ครอบครองส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกเป็นอันดับสองของประเทศ ด้วยจำนวนสาขาแบบแฟรนไชส์หลายหมื่นแห่งทั่วฟิลิปปินส์ จากมูลค่ากิจการค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Sari-Sari Store) จะทำรายได้กว่า 40% ของรายได้ทั้งหมดในแต่ละปี ทำให้ลูซิโอ ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ผู้ร่ำรวยที่สุดในฟิลิปปินส์ด้วยมูลค่าทางทรัพย์สินราว 6.02 หมื่นล้านบาท อีกทั้งบริษัท เพียวโกลด์ ยังเป็นหนึ่งเป้าหมายหลักในตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ในปี 2558 จากยอดขายธุรกิจร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Sari-Sari Store) ของเพียวโกลด์สูงถึง 6.37 หมื่นล้านบาท

“ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมสามารถตอบสนองความต้องการส่วนใหญ่ เนื่องจากวัฒนธรรมการซื้อสินค้าของชาวฟิลิปปินส์ยังนิยมซื้อสินค้าใกล้ที่อยู่อาศัยเพื่อความสะดวกสบาย ทำให้โอกาสการขยายตัวของตลาดค้าปลีกยังเป็นไปได้สูง” ลูซิโอ กล่าว

สอดคล้องกับผลสำรวจในฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2558 ระบุว่า ชาวฟิลิปปินส์ซื้อของจากร้านค้าดั้งเดิมราว 9,300 บาท สูงกว่าการซื้อของจากห้างสรรพสินค้าซึ่งอยู่ที่เพียง 7,200 บาท ขณะที่จำนวนการเข้าใช้บริการร้านค้าปลีกดั้งเดิมสูงถึง 237 ครั้ง/ปี สูงกว่าห้างสรรพสินค้าถึง 5 เท่า ซึ่งอยู่ที่ราว 43 ครั้ง/ปี

โดยเพียวโกลด์ทำหน้าที่ให้บริการพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศ ที่ต้องการเปิดร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมเป็นของตัวเอง ซึ่งบริษัททำหน้าที่ขนส่งสินค้าให้กับร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ส่วนใหญ่สินค้าตั้งขายเป็นสินค้าประเภทที่มีการหมุนเวียนสูง (Fast-moving consumer goods) หรือเอฟเอ็มซีจี อย่างสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ซึ่งเน้นการจำหน่ายเร็วและมีต้นทุนต่ำ มักจะมีระยะเวลาบนชั้นวางสินค้าค่อนข้างสั้น แม้มีกำไรต่อหน่วยน้อย แต่มีการซื้อซ้ำบ่อยตลอดจนกระจายสินค้าได้รวดเร็ว ทำให้ธุรกิจร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมยังคงครองตลาดส่วนใหญ่ในฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในปี 2553 ที่ผลกำไรของเพียวโกลด์ขยายตัวทะลุ 5 เท่า

ขณะที่แผนธุรกิจของเพียวโกลด์ เริ่มจากการจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดกิจก ารทั้งด้านองค์ความรู้ด้านการจัดวางสินค้ากลยุทธ์การขายตลอดจนลงมือปฏิบัติจริงในร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม จำลองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดกิจการ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมักประสบปัญหาด้านการบริหารสต๊อกสินค้า ดังนั้นความหลากหลายของสินค้าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้าโดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ดี อาหารและเครื่องดื่มในฟิลิปปินส์ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในร้านสะดวกซื้อราว 82.1% ของสินค้าทั้งหมดในร้าน ส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองกลับมีอัตราการเติบโตมากที่สุด คิดเป็น 2.5% ส่วนสินค้าที่จำหน่ายได้มากที่สุดใน 10 อันดับแรก ได้แก่ ไอศกรีม ผลิตภัณฑ์นม ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ้าอ้อมเด็กอ่อน ขนมปังบิสกิต น้ำอัดลม น้ำเปล่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผ้าและน้ำผลไม้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าสินค้า 8 ใน 10 รายการ เป็นสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม

นอกจากความร่ำรวยของเขาแล้ว ลูซิโอยังมีชื่อติดอันดับซีอีโอที่เงินเดือนน้อยที่สุดในโลกเทียบเท่ากับมหาเศรษฐีของโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ เมื่ออิงจากสถิติเงินเดือนของลูซิโอ ซึ่งอยู่ที่ราว 3.6 แสนบาท/เดือน ขณะที่เงินเดือนของตำแหน่งซีอีโอในสหรัฐ เฉลี่ยอยู่ 5 ล้านบาท/เดือน แต่ทั้งนี้เขายังมีรายได้จากรายได้ประจำโดยไม่ต้องทำงาน (Passive Income) อย่างการถือหุ้นส่วนในบริษัทต่างๆ

ตลอดจนค่าส่วนแบ่งรายได้จากร้านค้าปลีกดั้งเดิมภายใต้ร่มของเพียวโกลด์ มีมูลค่ารวมกันนับพันล้านบาทต่อปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท