
สิงคโปร์คุมฟองสบู่ ฉุดราคาบ้านร่วง7ปี
ราคาบ้านสิงคโปร์ร่วงหนักสุดในรอบ 7 ปี จากสัญญาณรัฐเดินหน้าคุมตลาดอสังหาฯ
ราคาบ้านสิงคโปร์ร่วงหนักสุดในรอบ 7 ปี จากสัญญาณรัฐเดินหน้าคุมตลาดอสังหาฯ
สำนักงานพัฒนาเมืองของสิงคโปร์ (ยูอาร์เอ) เปิดเผยว่า ราคาที่อยู่อาศัยในไตรมาส 3 ปรับตัวลดลง 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นการลดลงมากที่สุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2009 และลดลงติดต่อกัน
ยาวนานที่สุดเป็นไตรมาสที่ 12 เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แห่ให้ส่วนลดราคาบ้าน หลังรัฐบาลส่งสัญญาณเดินหน้ามาตรการลดความร้อนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกาศไว้เมื่อปี 2009
ราวี เมนอน ผู้ว่าการธนาคารกลางสิงคโปร์ ระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่า สิงคโปร์จะไม่ผ่อนคลายมาตรการควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ในเร็วๆ นี้ แม้ราคาบ้านจะร่วงลงไปแล้วถึง 11% จากช่วงที่ระดับสูงสุดในเดือน ก.ย. 2013 และยอดขายลดลงไปถึงครึ่งหนึ่ง กลายเป็นแรงกดดันให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มแรงจูงใจกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น
นิโคลัส แมก กรรมการบริหาร เอสแอลพี อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ราคาบ้านจะยังถูกกระทบหนัก โดยธุรกิจอสังหาฯ จะเน้นให้ส่วนลดและออกโปรโมชั่นแผนการจ่ายเงินหลายรูปแบบ ซึ่งนำไปสู่การชะลอการจ่ายค่าบ้าน ด้านออกุสติน ตัน ประธานสมาคมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า อาจต้องใช้เวลาระบายบ้านค้างสต๊อกถึง 3 ปี ขณะที่ภาวะบ้านล้นตลาดยังอยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 11 ปี
ทั้งนี้ มาตรการควบคุมราคาบ้านของรัฐบาล รวมถึงการขึ้นภาษีต่อผู้ซื้อต่างชาติ เก็บค่าอากรแสตมป์สำหรับผู้ซื้อบ้านเพิ่มเติม เก็บภาษีเพิ่มจากผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 หลังภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำและความต้องการซื้อบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลฟองสบู่ในภาคอสังหาฯ
อย่างไรก็ดี แบรนดอน ลี นักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกน ระบุว่า เมื่อเทียบอสังหาฯ ระดับเดียวกันในเมืองหลวงอื่นๆ อสังหาฯ ระดับหรูของสิงคโปร์มีราคาลดลงแล้ว 15-25% จากช่วงสูงสุดปี 2011







