
หวั่นดีมานด์หด
ฉุดกำไรบริษัทกลั่นน้ำมันเอเชีย
ฉุดกำไรบริษัทกลั่นน้ำมันเอเชีย
โพสต์ทูเดย์ - กูรูคาดโอเปกลดผลิต กดดันบริษัทกลั่นน้ำมันเอเชีย เหตุราคาน้ำมันเพิ่มอาจฉุดดีมานด์-ดันต้นทุนพุ่ง
บลูมเบิร์กรายงานอ้าง นิคอิล บันดารี นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ ว่า ข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) เพื่อหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น อาจทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง และเพิ่มแรงกดดันในการทำกำไรของบริษัทผู้กลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยผลกำไรของบริษัทกลั่นน้ำมันเอเชียลดลงแล้ว 40% จากปีก่อนหน้านี้
บันดารี เสริมว่า บริษัทกลั่นน้ำมันเอเชียควรวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่โอเปกอาจยกเลิกข้อตกลงการลดราคาน้ำมันดิบในช่วงก่อนหน้านี้ โดยส่วนลดราคาน้ำมันของซาอุดิอาระเบียอยู่ที่ 1.10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สำหรับน้ำมันดิบเบางวดส่งมอบเดือน ก.ย. ขณะที่ส่วนลดน้ำมันดิบเบาของอิหร่าน อยู่ที่ 85 เซนต์ ในเดือนนี้
“หากโอเปกผลิตน้ำมันน้อยลง เป็นไปได้ว่าสัดส่วนการลดราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ราคาน้ำมันซึ่งค่อยๆ ปรับขึ้น จะเพิ่มแรงกดดันต่อดีมานด์น้ำมัน อีกทั้งทำให้ต้นทุนของบริษัทกลั่นน้ำมันสูงขึ้น” บันดารี กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของหวังเป่ย นักวิเคราะห์จาก ยูนิเปค บริษัทในเครือของ ไชน่า ปิโตรเลียม แอนด์ เคมิคอล คอร์ป บริษัทกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย ว่า ข้อตกลงลดการผลิตของโอเปกจะเป็นผลดีต่อบรรดาผู้ผลิตน้ำมัน แต่ส่งผลเสียต่อบริษัทกลั่นน้ำมัน
ทั้งนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อบริษัทกลั่นน้ำมันขึ้นอยู่กับการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ โดยข้อมูลจากบลูมเบิร์ก ระบุว่า บริษัทกลั่นน้ำมันหลายแห่งในจีนได้ปรับลดราคาส่งออกของน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ โดยอัตราผลกำไรของบริษัทกลั่นน้ำมัน อยู่ที่เพียง 2 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบกับสัดส่วนดังกล่าวที่เกือบ 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อปีก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน บีเค นัมดีโอ ผู้อำนวยการ ฮินดูสถาน ปิโตรเลียม รัฐวิสาหกิจกลั่นน้ำมันในอินเดีย แสดงความเห็นว่า จากภาวะปริมาณน้ำมันล้นตลาดในขณะนี้การลดการผลิตของกลุ่มโอเปกอาจไม่ช่วยให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากนัก และหากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตเชลออยล์สหรัฐจะกลับมาผลิตน้ำมันเพิ่ม ซึ่งจะยิ่งกดดันให้ราคาน้ำมันลดลงอีก







