posttoday
ศักยภาพแข่งขันไทยร่วง แนะเพิ่มลงทุนดิจิทัล-ไอซีที

ศักยภาพแข่งขันไทยร่วง แนะเพิ่มลงทุนดิจิทัล-ไอซีที

29 กันยายน 2559

ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีรายได้ปานกลาง จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้มากขึ้น

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (ดับเบิ้ลยูอีเอฟ) เปิดเผยดัชนีความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจประจำปี 2016/ 2017 ของไทย ร่วงลงจากอันดับ 32 เมื่อปีแล้ว มาอยู่ที่ 34 ในปีนี้ โดยปัจจัยที่โดดเด่นที่สุดของไทยในด้านศักยภาพแข่งขัน คือ สิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคไทยยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ 13 ของโลก รวมถึงยังมีตลาดขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 18 ของโลก

อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจพบว่าไทยมีปัญหาด้านเสถียรภาพของรัฐบาล ตามมาด้วยปัญหาประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการ และการคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ขัดขวางการดำเนินการทางธุรกิจมากที่สุด สวนทางกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกที่มีการพัฒนาดีขึ้น ยกเว้นมาเลเซีย

ขณะเดียวกัน รายงานดังกล่าวระบุว่า ไทยและเกาหลีใต้เป็นเพียง 2 ประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเท่านั้น ที่มีคะแนนขีดความสามารถลดลงจากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 หลังเศรษฐกิจโดยรวมของภูมิภาคชะลอตัวลง แม้ไทยและเกาหลีใต้จะมีฐานคะแนนในปี 2007-2008 สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคก็ตาม

นอกจากนี้ ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งหมายรวมถึงไทย จีน และมาเลเซีย จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักรายได้ปานกลางด้วยการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ในภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ล้วนเผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ดัชนีความสามารถแข่งขันของประเทศเหล่านี้กลับยังคงเติบโตทั่วภูมิภาค โดยในส่วนเศรษฐกิจพัฒนาแล้วของภูมิภาคล้วนติดอยู่ใน 30 อันดับแรก ขณะที่ด้านตลาดเกิดใหม่ มาเลเซียก็ยังคงอยู่ที่อันดับ 25 หลังพัฒนาติดต่อกันมา 6 ปี แม้จะตกลงมาจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่อันดับ 18

จีนยังขาดประสิทธิภาพการเงิน

อันดับความสามารถแข่งขันของจีนยังคงอยู่ที่อันดับ 28 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยคะแนนในภาพรวมปรับตัวดีขึ้น ทั้งในด้านการศึกษา นวัตกรรม และการพัฒนาของภาคธรุกิจ อย่างไรก็ตาม แม้จีนกำลังเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจให้นวัตกรรมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ความพร้อมด้านเทคโนโลยีของจีนยังคงไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนดังกล่าว ซึ่งหากภาคธุรกิจมีการปรับใช้เทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง จะทำให้สามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างนวัตกรรมใหม่ได้

นอกจากนี้ รายงานระบุว่า ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การขับเคลื่อนด้วยภาคบริการและกำลังซื้อในประเทศ จีนยังขาดอีก 2 ปัจจัย ได้แก่ ประสิทธิภาพของตลาดทุน ซึ่งมีการจำกัดเอกชนต่างชาติลงทุน และการขาดประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบการเงิน ซึ่งก่อให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และฉุดความสามารถแข่งขัน

ทั้งนี้ สำนักสังคมศาสตร์จีน (ซีเอเอสเอส) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนไตรมาส 4 จะขยายตัว 6.6% และมีแนวโน้มจะขยายตัว 6.7% ตลอดปี 2016 ซึ่งจะตรงตามเป้าหมายของรัฐบาลจีนที่ 6.5-7% โดยเป็นผลจากกำลังซื้อจากท้องถิ่นยังมีเสถียรภาพ การปฏิรูปลดการผลิตส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างมีความมั่นคงมากขึ้น รวมถึงการพยายามในการกำจัดความเสี่ยง เช่น ปริมาณหนี้สูง

แนะรัฐช่วยธุรกิจลงทุนนวัตกรรม

สวิตเซอร์แลนด์ยังคงครองอันดับ 1 ของโลกเช่นเดียวกับปีที่แล้ว ด้วยข้อได้เปรียบด้านนวัตกรรม การพัฒนาของภาคธรุกิจ และประสิทธิภาพแรงงานสูงที่สุดในโลก

ขณะที่สิงคโปร์ยังคงคว้าอันดับ 2 ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ตามมาด้วยสหรัฐที่อันดับ 3 เท่ากับปีก่อน และเนเธอร์แลนด์ที่อันดับ 4 หลังแซงเยอรมนีที่ตกไปอยู่อันดับ 5

ในภาพรวม ดับเบิ้ลยูอีเอฟ ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วยังคงไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 ซึ่งทำให้ต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายอย่างเข้มข้นเข้าช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นทางการเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หากศักยภาพการแข่งขันไม่เพียงพอ

รายงานระบุว่า การกระตุ้นทางการเงินจะได้ผลดีกว่าในประเทศที่มีศักยภาพการแข่งขันสูง โดยไม่ว่าจะใช้ควบคู่ไปกับนโยบายการคลังหรือไม่ แสดงให้เห็นว่าปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอาจมาจากฟากการผลิต ดังนั้นจึงควรเพิ่มความสามารถในการดำเนินการของภาคธุรกิจ ซึ่งนับเป็นความท้าทายสำหรับผู้กำหนดนโยบายทั้งในเศรษฐกิจพัฒนาและตลาดเกิดใหม่

“ความเสี่ยงของราคาโภคภัณฑ์ที่สร้างความผันผวนในเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ และการมุ่งหน้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 แสดงความสำคัญของนวัตกรรมในฐานะที่เป็นแหล่งสร้างศักยภาพการแข่งขัน และกระจายแหล่งขับเคลื่อน เพื่อสร้างการขยายตัวเศรษฐกิจ” ดับเบิ้ลยูอีเอฟ ระบุ

นอกจากนี้ ท่ามกลางการค้าโลกที่ชะลอตัวลง รายงานระบุด้วยว่า การเปิดกว้างเศรษฐกิจจะเป็นแรงจูงใจให้เกิดนวัตกรรมและการลงทุนทางเทคโนโลยี เนื่องจากการเปิดกว้างเศรษฐกิจแม้จะทำให้เอกชนเผชิญกับการแข่งขันสูงจากต่างชาติ แต่ทำให้เอกชนได้รับไอเดียและเทคโนโลยีใหม่จากต่างชาติเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท