
พัฒนาพันธุ์สับปะรดประจวบฯ ขยายสู่การส่งออก
ประจวบคีรีขันธ์นั้นมุ่งมั่นในการพัฒนาประตูการค้าด่านสิงขรอย่างจริงจัง แม้ว่าการพัฒนาเส้นทางการคมนาคมขนส่งในฝั่งเมียนมาจะยังไม่แล้วเสร็จ
โดย...ไชยวัฒน์ สาดแย้ม
ประจวบคีรีขันธ์นั้นมุ่งมั่นในการพัฒนาประตูการค้าด่านสิงขรอย่างจริงจัง แม้ว่าการพัฒนาเส้นทางการคมนาคมขนส่งในฝั่งเมียนมาจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ก็พัฒนากิจกรรมโครงการเพื่อปูทางอย่างต่อเนื่อง
ทวี นริสศิริกุล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ บอกว่า ขณะนี้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด 4 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2564 ภายใต้วิสัยทัศน์ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สับปะรด มะพร้าวที่หนึ่งของโลก ประตูการค้าด่านสิงขร สังคมผาสุก”
“กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประการ ได้แก่ การเสริมสร้างความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวบนพื้นฐานเอกลักษณ์ของจังหวัด การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการผลิตและแปรรูปสับปะรด มะพร้าว และสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดโลก เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวด่านสิงขร อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงและสังคมคุณภาพตามวิถีภูมิปัญญาไทย และการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมดุล”
ร่างแผนพัฒนาจังหวัดดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตามเป้าหมายจะมีการบูรณาการทุกส่วนราชการ ในการกำหนดแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับแต่ละยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนาสินค้าเกษตรของจังหวัด ยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาพืชเศรษฐกิจหลักคือสับปะรดและมะพร้าว
ผู้ว่าฯ ทวี บอกว่า นอกจากพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดทั้งสองชนิดแล้ว ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัด เร่งหาแนวทางส่งเสริมผลักดันผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่นๆ เช่น ขนุน มะม่วงน้ำดอกไม้ ว่านหางจระเข้ ซึ่งผลผลิตเหล่านี้มีการเพาะปลูกมากในพื้นที่จ.ประจวบ คีรีขันธ์ และมีตลาดที่แน่นอน บางส่วนมีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ หากมีการส่งเสริมอย่างจริงจังจะทำให้เกษตรกรสามารถพัฒนาศักยภาพการผลิตสู่ตลาดโลกได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
“สับปะรดจึงนับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญทางการเกษตรของจ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยปัจจุบันจ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่การปลูกกว่า 5 แสนไร่ มูลค่าการส่งออกสับปะรดกระป๋อง ปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีการปลูกสับปะรดมากที่สุดของประเทศไทย ซึ่งเป็นการปลูกเพื่อส่งเข้าโรงงานอุตสาหกรรมเกือบ 100% เพื่อการแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง ส่งจำหน่ายประเทศในแถบยุโรป ประเทศอเมริกา เป็นหลัก นอกจากนี้แล้วก็ยังมีส่งไปยังประเทศในแถบตะวันออกกลาง และอีกหลายประเทศทั่วโลก”
ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัด จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์สับปะรดขึ้นมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อส่งเสริมให้เป็นสับปะรดสายพันธุ์ประจำจังหวัด ตั้งชื่อว่าสับปะรดพันธุ์ประจวบ 1 หากทำได้สำเร็จและสามารถเก็บรักษาผลสดเอาไว้ได้นาน เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และส่งผลดีต่อการปลูกสับปะรดเพื่อรับประทานผลสดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเป็นการปลูกเพื่อส่งโรงงานอุตสาหกรรมทั้ง 13 โรงงานเป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันจะมีก็แต่เพียงสับปะรดที่เป็นสายพันธุ์ที่ทางภาคเอกชนเป็นผู้พัฒนาขึ้นมาเองเท่านั้น นั่นคือ พันธุ์หอมสุวรรณ และเหลืองสามร้อยยอด เพียงสองสายพันธุ์เท่านั้น







