
ทองตก! กดดัน จากการประชุมเฟด
ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังจากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าที่คาดคือ จากระดับเดิมอยู่ที่ระดับ 0.0% และปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 0.2% ขณะที่ตัวเลข Core CPI ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ตลาดส่วนหนึ่งกังวลในเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จากตัวเลขดังกล่าวอาจจะกระตุ้นให้เฟดพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะมีการประชุมเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ก็เป็นได้
ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังจากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าที่คาดคือ จากระดับเดิมอยู่ที่ระดับ 0.0% และปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 0.2% ขณะที่ตัวเลข Core CPI ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ตลาดส่วนหนึ่งกังวลในเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จากตัวเลขดังกล่าวอาจจะกระตุ้นให้เฟดพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะมีการประชุมเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ก็เป็นได้
ทั้งนี้ มีแรงเทขายเข้ามาในตลาดเมื่อวันศุกร์อย่างต่อเนื่องจนกดราคาหลุดระดับ 1,310 เหรียญสหรัฐ ลงมาอีกครั้งหนึ่ง ทำจุดต่ำสุดลงมาที่บริเวณ 1,306 เหรียญสหรัฐ ทันทีที่ราคาลดลงก็มีแรงซื้อกลับบ้างจาก SPDR ที่มีการเข้าซื้อในคืนวันศุกร์เช่นเดียวกัน ราคาดีดกลับจากระดับ 1,307 เหรียญสหรัฐ และมาปิดตลาดที่บริเวณ 1,310 เหรียญสหรัฐ โดยภาพรวมตลาดยังคงมีความกังวลว่าเฟดอาจจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทันทีในเดือน ก.ย. ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 20-21 ก.ย. 2559 ก็กลับมากดดันราคาทองคำอีกครั้งหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าราคาทองคำในขณะนี้ถูกกดดันจากข่าวนี้ข่าวเดียวเท่านั้น
หากถ้าเฟดมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริงราคาทองคำก็จะมีโอกาสที่จะหลุดระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ ลงไปได้ หรือในทางกลับกันถ้าหากว่าเฟดยังคงพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมราคาทองคำก็น่าจะสามารถดีดกลับขึ้นได้อย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน
ดังนั้น ในวันที่ 21 ก.ย.นี้ เวลาประมาณตีหนึ่งของบ้านเราก็ถือว่าเป็นช่วงสำคัญที่จะตัดสินว่าทองคำจะเป็นขาลงต่อเนื่องหรือจะดีดกลับขึ้นมาสู่ตลาดขาขึ้นอีกครั้งก็เป็นไปได้ทั้งสองทาง
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำยังคงทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง และเริ่มทดสอบจุดต่ำสุดใหม่บริเวณ 1,303 เหรียญสหรัฐ ทำให้ภาพทางเทคนิคในระยะสั้นเข้าสู่แนวโน้มทิศทางขาลง ในขณะที่แนวโน้มหลักก็เริ่มมีการเปลี่ยนทิศทางจากภาพราคาที่ค่อยๆ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหนึ่งสัปดาห์ ราคาทองจะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าหลุดแนวรับนี้คาดว่าราคาทองคำจะได้รับแรงกดดันลงไปถึงบริเวณ 1,294 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นจุดแนวรับของนักลงทุนระยะยาวที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้ ในขณะที่แนวต้านด้านบนอยู่ที่ระดับ 1,330 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับข่าวดีจากการไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเท่านั้นเองก็จะสามารถทะลุขึ้นไปได้
ทองคำกับการลงทุน
การลงทุนในทองคำในช่วงนี้จะเห็นความผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยที่ราคาจะมีการแกว่งตัวอย่างรวดเร็วตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคาดหมายที่เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด จึงทำให้ราคาทองคำในช่วง 1 ปี มานี้เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะสั้นมากขึ้น เนื่องจากราคาที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและบางครั้งก็กลับไปอยู่ที่ระดับเดิม จึงทำให้นักลงทุนระยะสั้นนิยมชมชอบ รวมทั้งนักลงทุนระยะยาวก็จะสามารถทำกำไรตามเป้าหมายได้เร็วขึ้น
นักลงทุนระยะสั้นกับระยะยาวของทองคำจะมีส่วนต่างที่สำคัญอยู่ 3 ประการ คือ 1.การบริหารการลงทุน 2.การบริหารความเสี่ยง และ 3.การกำหนดกลยุทธ์ในการลงทุน
ในที่นี้จะพูดถึงการบริหารเงินลงทุนในประการแรก นักลงทุนระยะยาวเงินลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เงินเย็นหมายความว่าจะต้องไม่ใช้ Margin ในการลงทุน หรือถ้าใช้ก็จะต้องต่ำกว่า 2 เท่า ก็จะทำให้นักลงทุนนั้นสามารถถือครองสถานะได้ในระยะยาว ในขณะที่นักลงทุนระยะสั้นมักจะได้ประโยชน์จากการใช้ Margin รวมถึงการใช้ Leverages เงินต้นของการลงทุนก็จะทำให้สามารถทำกำไรได้ง่ายและได้ผลกำไรมาก
ประการที่สอง การบริหารความเสี่ยง ประการที่สาม การกำหนดแผนกลยุทธ์ในการลงทุน กลยุทธ์สำหรับนักลงทุนระยะสั้นก็จะเป็นแผนตามระยะเวลาที่คาดว่าจะลงทุน โดยวิธีง่ายๆ คือให้ใช้ Time Flame ที่สั้นลงและให้เหมาะกับสภาพตนเองว่าจะเข้าออกที่ระดับใด ในขณะที่นักลงทุนระยะยาวก็จะสามารถกำหนดแผนกลยุทธ์การลงทุนได้ โดยใช้หลักการ Technical หรือการใช้ Time Flame ที่ยาวออกไป ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้งนักลงทุนระยะสั้นและระยะยาวก็จะสามารถทำไรได้ในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกันโดยที่มีความเสี่ยงไม่มากนัก







