
ฟิลิปปินส์ล้มข้อตกลงทหารมะกัน
ผู้นำฟิลิปปินส์ยกเลิกความร่วมมือทางทหารร่วมมะกัน เล็งซื้ออาวุธจีน-รัสเซีย ด้านซูจีเยือนสหรัฐ หวังเจรจาลดคว่ำบาตร
ผู้นำฟิลิปปินส์ยกเลิกความร่วมมือทางทหารร่วมมะกัน เล็งซื้ออาวุธจีน-รัสเซีย ด้านซูจีเยือนสหรัฐ หวังเจรจาลดคว่ำบาตร
ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ระบุว่า กองทัพฟิลิปปินส์จะไม่เข้าร่วมการลาดตระเวนในบริเวณพิพาททะเลจีนใต้กับสหรัฐ เนื่องจากไม่ต้องการเข้าไปพัวพันปัญหาความขัดแย้งของสองมหาอำนาจ เป็นการล้มความร่วมมือทางการทหารที่รัฐบาลก่อนหน้าตกลงไว้กับสหรัฐเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาซื้ออาวุธจากรัสเซียและจีน โดยทั้งสองประเทศได้ตกลงให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลา 25 ปี สำหรับซื้ออาวุธ
ก่อนหน้านี้ ดูเตอร์เต ประกาศว่า ต้องการให้สหรัฐถอนทหารออกจากเกาะมินดาเนา เนื่องจากการมีอยู่ของชาวตะวันตกทำให้การแก้ปัญหาก่อการร้ายในพื้นที่ยุ่งยากขึ้น อาจจะเป็นการส่งสัญญานว่าฟิลิปปินส์ต้องการถอยจากความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงแน่นแฟ้นกับสหรัฐ โดยที่ผ่านมาการนำเข้าอาวุธของฟิลิปปินส์ 75% มาจากสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์ก็มีท่าทีต้องการสานสัมพันธ์ที่บาดหมางกับจีนจากเรื่องทะเลจีนใต้ โดย จอน เกรวัตต์ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงของ ไอเอชเอส เจนส์ ระบุว่า การขยับความสัมพันธ์ออกจากพันธมิตรเก่าอย่างสหรัฐ ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญ และจีนกับรัสเซียต่างพร้อมที่จะขยายตลาดอาวุธในฟิลิปปินส์
ด้าน เอดัวร์โด ทาเด็ม ผู้เชี่ยวชาญเอเชียศึกษาในฟิลิปปินส์ ระบุว่า ดูเตอร์เตเริ่มแสดงท่าทีชัดเจนขึ้นถึงความต้องการใช้นโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระจากอิทธิพลสหรัฐมากขึ้น แต่อะไรจะเป็นสิ่งตอบแทนที่จีนจะให้เป็นการแลกเปลี่ยน
ขณะเดียวกัน อองซานซูจี รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา ก็ได้เดินทางเข้าพบประธานาธิบดี บารัก โอบามา ที่ทำเนียบขาวของสหรัฐ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหารือการลดระดับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อเมียนมา ท่ามกลางความพยายามกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศของผู้นำสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ซูจีกำลังเผชิญความท้าทายในการหาทิศทางนโยบายต่างประเทศที่รักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมา สหรัฐ และจีน จากเดิมที่เมียนมามีความสัมพันธ์ทางทหารรูปแบบพิเศษกับจีน ซึ่งจีนต้องการรักษาระดับนี้ไว้
ชาร์ด ฮอร์ซีย์ นักวิเคราะห์การเมือง ในกรุงย่างกุ้ง ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมาและสหรัฐขณะนี้ก็ยังไม่ถือว่าแน่นแฟ้นมากพอที่สหรัฐจะดึงเมียนมาออกมาจากอิทธิพลจีนได้ แต่เป็นไปในรูปแบบการรักษาสมดุลมากกว่า







