
ตลาดหุ้นมะกันเริ่มระส่ำ
ร่วงหนักทุบสถิติ หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ย.
ร่วงหนักทุบสถิติ หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ย.
โพสต์ทูเดย์ - ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนักสุดในรอบกว่า 2 เดือน เหตุนักลงทุนแห่เทขาย วิตกเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐทั้ง 3 ดัชนี ได้แก่ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. เนื่องจากนักลงทุนเทขายสินทรัพย์จำนวนมหาศาล จากความวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนนี้ หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดหลายรายออกมาส่งสัญญาณดังกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงเกือบ 400 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับลง 2.45% และดัชนีแนสแด็กลดลง 2.54%
ด้าน เอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเผชิญความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น หากเฟดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำนานเกินไป พร้อมเสริมว่าการใช้นโยบายการเงินแบบคุมเข้มอย่างค่อยเป็นค่อยไปคือสิ่งที่เหมาะสม
แม้โรเซนเกรนไม่ได้ระบุว่าเฟดควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายวันที่ 20-21 ก.ย.หรือไม่ แต่ถ้อยแถลงดังกล่าวมีความสอดคล้องกับคำพูดของ เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด เมื่อเดือนก่อนหน้าว่า ปัจจัยสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้กำลังปรับตัวเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน โรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดสาขาดัลลัส กล่าวว่า โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายเดือนนี้ ด้าน แดเนียล ทารูลโล หนึ่งในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้เช่นกัน
ทั้งนี้ ปีเตอร์ บูควาร์ หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา เดอะ ลินด์ซีย์ กรุ๊ป ในสหรัฐ กล่าวว่า นักลงทุนให้ความสำคัญกับการส่งสัญญาณว่าเฟดควรขึ้นดอกเบี้ยของโรเซนเกรน ซึ่งโดยปกติแล้วโรเซนเกรนมักจะมีท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว
หลังถ้อยแถลงดังกล่าวของเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ซีเอ็มอี กรุ๊ป เฟดวอตช์ ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 24% ในวันศุกร์ จาก 18% ในวันก่อนหน้านี้







