
โอบามาปะทะจีนพิพาททะเล
โอบามา-อาเบะ รุมกดดันจีนยุติพิพาททะเลจีนใต้ ด้านสิงคโปร์กังวลขัดแย้งกระทบเชื่อมั่นลงทุนอาเซียน
โอบามา-อาเบะ รุมกดดันจีนยุติพิพาททะเลจีนใต้ ด้านสิงคโปร์กังวลขัดแย้งกระทบเชื่อมั่นลงทุนอาเซียน
สำนักข่าวเกียวโด รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ และนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น กดดันให้จีนปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งระบุว่าจีนไม่มีสิทธิในทะเลจีนใต้ โดยโอบามาและอาเบะ ระบุว่า คำตัดสินของศาลมีผลผูกพัน นับตั้งแต่ศาลมีคำตัดสินเมื่อ 12 ก.ค. จีนได้ปฏิเสธคำตัดสินดังกล่าวมาโดยตลอด
การกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว โดยก่อนหน้านี้ โอบามาได้เปิดเผยกับผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทั้ง 10 ว่า คำตัดสินของศาลนับมีผลผูกพันและช่วยชี้แจงสิทธิทางทะเล
ด้าน อาเบะ เปิดเผยในที่ประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกว่า จะขอให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ให้คำมั่นว่าจะไม่จัดกำลังทหารเข้าไปในทะเลจีนใต้ สอดคล้องกับความพยายามของโอบามาและอาเบะ ร่วมมือกับชาติอื่นๆ ในการผลักดันให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายในเอเชียตะวันออก หลังจีนสร้างสิ่งปลูกสร้างและมีปฏิบัติการทางทหารในทะเลจีนใต้
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีลีเซียนลูง ของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในอาเซียน เนื่องจากกระทบต่อความเชื่อมั่น แม้ภาคธุรกิจจะไม่ระบุต่อสาธารณะถึงความกังวลดังกล่าว แต่ความขัดแย้งจะมีผลต่อการตัดสินใจของภาคธุรกิจ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อบรรเทาความเสี่ยงจากความขัดแย้ง
“แม้แต่นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน ยังเปิดเผยในวันนี้ (8 ก.ย.) ว่า จีนต้องการบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสันติภาพและเสถียรภาพ เพราะจีนนับเป็นชาติกำลังพัฒนาชาติหนึ่ง” ลีเซียนลูง กล่าว
ด้านสำนักข่าวเกียวโด รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน ไม่เห็นด้วยต่อการแทรกแซงของบุคคลที่สาม ที่ไม่ได้แสดงกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ สอดคล้องกับ หัวชุนหยิง โฆษกต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่า จีนเห็นด้วยกับจุดยืนของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งไม่เห็นด้วยต่อการแทรกแซงของกลุ่มบุคคลที่สาม โดยจุดยืนดังกล่าวแสดงความไม่ลำเอียงและยุติธรรม
ทั้งนี้ อาเซียนและจีนบรรลุข้อตกลงเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ในการเปิดสายด่วนระหว่างอาเซียนและจีน หากมีเหตุฉุกเฉินทางทะเล และยังเห็นพ้องในคำขอให้มีแนวปฏิบัติสำหรับการเผชิญหน้าทางทะเลโดยไม่มีการวางแผนไว้ก่อน หรือคิวส์ (CUES)







