
นำเข้าจีนฟื้นตัว เพิ่มครั้งแรกใน2ปี
การนำเข้าจีนปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนดีมานด์ในประเทศเริ่มฟื้นตัว
การนำเข้าจีนปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนดีมานด์ในประเทศเริ่มฟื้นตัว
กรมศุลกากรจีน เปิดเผยว่า การนำเข้าเดือน ส.ค.ของจีน เพิ่มขึ้น 1.5% จากปีก่อนหน้านี้ อยู่ที่ 1.38 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.7 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014 หลังร่วงลง 12.5% ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความต้องการภายในจีนปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น หลังจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ปรับตัวขึ้น โดยเป็นผลมาจากการพยายามลดการผลิตส่วนเกินในประเทศ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมหนักและเหมืองแร่
ขณะที่การส่งออกของจีนปรับตัวลดลง 2.8% อยู่ที่ 1.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.5 ล้านล้านบาท) แต่ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้านี้ที่ลดลงถึง 4.4% อย่างไรก็ดี จีนคาดว่าการส่งออกจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปีนี้
ฟีลดิ้ง เฉิน นักเศรษฐศาสตร์สถาบันคลังสมองของบลูมเบิร์ก กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกและนำเข้าของจีน ช่วยสนับสนุนคาดการณ์ว่าการขยายตัวของจีนอาจมีเสถียรภาพมากขึ้นในอนาคต
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ปรับตัวขึ้น 0.7% ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากประมาณการเบื้องต้นที่ 0.2% เนื่องจากการลงทุนจากภาคเอกชนปรับตัวขึ้น โดยลดลงเพียง 0.1% ต่ำกว่าประมาณการเบื้องต้นที่ลดลง 0.4% ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนที่คิดเป็น 60% ของจีดีพี ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 0.2%
ทาเคชิ มินามิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ที่สถาบันวิจัยโนรินชูกิน รีเสิร์ช กล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่องจนถึงช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนการขยายตัว โดยรายได้ภาคครัวเรือนยังไม่เพิ่มขึ้นมากพอที่จะส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวขึ้น ขณะที่การแข็งค่าของเงินเยน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกต่อ







