
ผู้เชี่ยวชาญชี้ทำลายนิเวศเหตุอุทกภัย
ผู้เชี่ยวชาญชี้ระบบนิเวศที่ถูกทำลายคือต้นตออุทกภัยร้ายแรงในเอเชีย เอเอฟพีรายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ว่า ถึงแม้ว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะมีส่วนการเพิ่มความรุนแรงของเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในเอเชีย ทว่าการทำลายระบบนิเวศเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความรุนแรงของเหตุอุทกภัยมากกว่า“การตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนพื้นที่ชุ่มน้ำไปเป็นเรือกสวนไร่นา หรือพัฒนาให้เป็นเขตเมือง รวมทั้งการทิ้งของเสียหรือสิ่งปฏิกูลลงในระบบท่อระบายน้ำ คือตัวอย่างเหตุปัจจัยที่ทำให้เหตุอุทกภัยทวีความรุนแรง” ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวคเนศ ปันกาเร ผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ระบุว่า มนุษย์ไม่สามารถโยนความผิดให้กับธรรมชาติแต่เพียงลำพังได้ เพราะมนุษย์ได้รุกล้ำและทำลายระบบนิเวศของพื้นที่ลุ่มอยู่อย่างสม่ำเสมอ ด้านเรด คอนสแตนติโน ระบุว่า หลายประเทศในเอเชียอย่างอินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ กำลังเผชิญกับปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันหลายประการ อาทิ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการของเสีย การบริหารจัดการที่ดิน และการพัฒนาเขตเมือง
ผู้เชี่ยวชาญชี้ระบบนิเวศที่ถูกทำลายคือต้นตออุทกภัยร้ายแรงในเอเชีย
เอเอฟพีรายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ว่า ถึงแม้ว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะมีส่วนการเพิ่มความรุนแรงของเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในเอเชีย ทว่าการทำลายระบบนิเวศเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความรุนแรงของเหตุอุทกภัยมากกว่า
“การตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนพื้นที่ชุ่มน้ำไปเป็นเรือกสวนไร่นา หรือพัฒนาให้เป็นเขตเมือง รวมทั้งการทิ้งของเสียหรือสิ่งปฏิกูลลงในระบบท่อระบายน้ำ คือตัวอย่างเหตุปัจจัยที่ทำให้เหตุอุทกภัยทวีความรุนแรง” ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม กล่าว
คเนศ ปันกาเร ผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ระบุว่า มนุษย์ไม่สามารถโยนความผิดให้กับธรรมชาติแต่เพียงลำพังได้ เพราะมนุษย์ได้รุกล้ำและทำลายระบบนิเวศของพื้นที่ลุ่มอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ด้านเรด คอนสแตนติโน ระบุว่า หลายประเทศในเอเชียอย่างอินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ กำลังเผชิญกับปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันหลายประการ อาทิ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการของเสีย การบริหารจัดการที่ดิน และการพัฒนาเขตเมือง







