
วิกฤติผู้ลี้ภัยที่โลกหลงลืม
ทั่วโลกมีผู้ลี้ภัยประมาณ 65.3 ล้านคน ในจำนวนนี้ไม่ได้มาจากซีเรียเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายความขัดแย้งที่ไม่ได้รับพื้นที่จากสื่อมากเท่าที่ควร
ทั่วโลกมีผู้ลี้ภัยประมาณ 65.3 ล้านคน ในจำนวนนี้ไม่ได้มาจากซีเรียเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายความขัดแย้งที่ไม่ได้รับพื้นที่จากสื่อมากเท่าที่ควร
ครบรอบ 1 ปีการเสียชีวิตของอลัน เคอดี เด็กน้อยวัย 3 ขวบชาวซีเรียที่จมน้ำในระหว่างการเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กระตุ้นไม่ให้ผู้คนหลงลืมว่าพวกเรายังคงมีผู้ลี้ภัยเป็นเพื่อนร่วมโลก
รานงานจากสหประชาชาติระบุว่าขณะนี้ทั่วโลกมีจำนวนผู้ลี้ภัยประมาณ 65.3 ล้านคน ที่ต้องจากบ้านเกิดเพื่อหลีกหนีจากความขัดแย้ง สงคราม รวมไปถึงความยากจน แต่ในจำนวนนี้คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าผู้ลี้ภัยนั้นไม่ได้มีแค่ผู้ที่เดินทางจากประเทศซีเรีย, อัฟกานิสถาน และในแอฟริกาเท่านั้น
สำนักข่าว Independent รายงาน ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และสภาผู้ลี้ภัยนอร์เวย์ได้ทำการรวบรวมผู้ลี้ภัยที่ถูกหลงลืม และไม่ได้รับพื้นที่จากสื่อมวลชนจากทั่วโลกมากเท่าที่ควร เพื่อให้ผู้คนทั่วไปได้รู้จักว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นใคร และกำลังทนทุกข์อย่างไรบ้าง
ซูดานใต้
เรื่องราวของความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล และประชาชนในซูดานใต้กลายเป็นข่าวไปทั่วโลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รวมไปถึงการต่อสู้ของบรรดาชนเผ่าที่มีมานานหลายทศวรรษ เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ และปัญหาน้ำท่วมจากปรากฏการณ์เอลนิโญ จากการสำรวจพบว่าจำนวน 1 ใน 5 ของประชากรในซูดานใต้นั้นเป็นผู้ลี้ภัย และพลัดถิ่น ขณะนี้ซูดานใต้มีจำนวนผู้ลี้ภัยแล้วประมาณ 1.66 ล้านคน และอีก 800,000 คนที่กระจายตัวอยู่ในประเทศอื่นๆ
รายงานจากสภาผู้ลี้ภัยนอร์เวย์กล่าวว่า ทุกๆวันจะมีจำนวนผู้ลี้ภัยจากซูดานใต้ เข้าไปในอูกันดาประมาณ 1,500 คน เช่นเดียวกัยสิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรป ซึ่งในจำนวนนี้ 87% คือผู้หญิงและเด็ก
เยเมน
สงครามกลางเมืองในเยเมน เป็นการสู้รบกันระหว่างกลุ่มชาวฮูตีที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่าน และผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีอาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ โดยต่อสู้กับฝ่ายประธานาธิบดีอับดุรร็อบบะฮ์ มันซูร์ ฮาดี แห่งเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรอาหรับที่มีซาอุดีอาระเบียเป็นแกนนำ
สหประชาชาติระบุว่า 82% ของจำนวนประชากรในประเทศ 21.2 ล้านคน กำลังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในเยเมนมีประวัติการต่อสู้มาตั้งแต่ปี 2004 และขณะนี้มีจำนวนผู้ลี้ภัยแล้ว 3.1 ล้านคน อย่างไรก็ตามประชากรในเยเมนนั้นลังเลที่จะจากบ้านของพวกเขา แม้จะไม่มีการเข้าถึงน้ำและอาหารก็ตาม ในขณะที่ภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศของพันธมิตรซาอุดิอาระเบีย ก็ยังคงเกิดขึ้นทุกวัน
โรฮิงญา
หนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลก ชาวโรฮิงญาอาศัยอนู่ในเมียนมา และบังกลาเทศโดยไม่มีสิทธิทางพลเมือง และกฏหมาย ตัวเลขล่าสุดรายงานว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา 512,466 คนในประเทศเพื่อนบ้าน และอีกประมาณ 644,000 คนในประเทศเมียนมาเอง การขาดการป้องกันทางกฏหมายนี้ส่งผลให้ชาวโรฮิงญามีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเหยื่อของอาชญากรรม และการค้ามนุษย์ หลังมีการค้นพบหลุมฝังศพของชาวโรฮิงญาจำนวนมากในประเทศไทยเมื่ปีที่แล้ว
ทั้งนี้สหประชาชาติยังคงมีความหวังว่าการประชุมปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21 ในเมียนมานี้ นางอองซาน ซูจีจะผลักดันนโยบายบางอย่างเพื่อช่วยเหลือชาวโรฮิงญา แม้ความหวังจะเลือนรางก็ตาม
บุรุนดี
แทบไม่ค่อยมีใครพูดถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในบุรุนดี ประเทศเล็กๆที่มีประชากรหนาแน่นนี้ วิกฤตความรุนแรงเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ประธานาธิบดีปิแอร์ เอ็นคุรุนซิซา พยายามแก้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเพื่อขยายอำนาจให้ตัวเองได้อยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศต่อไป เป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนมากออกมาแสดงพลังต่อต้าน ในขณะที่จำนวนมากก็หลบหนีออกนอกประเทศ
วิกฤติทางการเมืองในบุรุนดีส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยจำนวนกว่า 260,000 คน ซึ่งสหประชาชาติคาดว่าจำนวนนี้จะเพิ่มเป็น 330,000 ในสิ้นปี ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และเด็กเช่นกัน ในขณะที่ผู้ชายพากันจับอาวุธลุกขึ้นสู้
อเมริกากลาง และเม็กซิโก
ภูมิภาคนี้ขึ้นชื่อเรื่องอิทธิพลจากชาวแก๊ง และขบวนการค้ายาเสพติด รวมถึงสงครามกลางเมืองระหว่างแก๊งที่ไม่ถูกกันก็มักเกิดขึ้นบ่อยๆ
สหประชาชาติกล่าวว่าจำนวนผู้ลี้ภัยในอเมริกากลางนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คนจากการสำรวจเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นผู้ลี้ภัยจากความรุนแรงในเอล ซัลวาโด ฮอนดูรัส และกัวเตมาลา ซึ่งเดินทางมายังสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศในอเมริกากลาง
สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
หนี่งในประเทศที่ถูกทอดทิ้งมากที่สุดในโลก แผ่นดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุอันสมบูรณ์นี้เผชิญกับความไม่แน่นอน และความรุนแรงนับตั้งแต่เป็นเอกราชจากฝรั่งเศส เมื่อปี 1960 และความรุนแรงก็ลุกลามขึ้นอีกครั้งในปี 2013 เมื่อกลุ่มมุสลิม Seleka และกลุ่มคริสเตียน Anti-Balaka เกิดความขัดแย้งกัน
รายงานจากสหประชาชาติกล่าวว่า มีจำนวนผู้ลี้ภัยจากประเทศนี้ประมาณ 467,800 คนในประเทศอื่นๆ ส่วนจำนวนผู้ลี้ภัยในประเทศนั้นมีประมาณ 380,000 คน สาธารณรัฐแอฟริกากลางติดอันดับที่ 187 ในจำนวน 188 ประเทศพัฒนาของสหประชาชาติ และตัวเลขนี้สร้างความกังวลว่าประเทศนี่้จะถูกละเลยอีกครั้ง และผลักดันไปสู่ความรุนแรง







