
เปิดปม ฟ้าผ่ากวางเรนเดียร์ตายทั้งฝูงได้อย่างไร?
นักวิทยาศาสตร์จากออสเตรเลียได้อธิบายสาเหตุการเสียชีวิตจากฟ้าผ่า ของฝูงกวางเรนเดียร์ ในนอร์เวย์
นักวิทยาศาสตร์จากออสเตรเลียได้อธิบายสาเหตุการเสียชีวิตจากฟ้าผ่า ของฝูงกวางเรนเดียร์ ในนอร์เวย์
เมื่อวานนี้ (วันที่ 29 สิงหาคม) มีข่าวใหญ่ซึ่งสร้างความตกใจไปทั่ว เมื่อกวางเรนเดียร์ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตพร้อมกันถึง 323 ตัว และลูกกวางอีก 70 ตัว หลังเกิดพายุฝนรุนแรงในเขตอุทยานแห่งชาติที่ราบสูงฮาร์ดานานเกอร์วิดดา ทางตอนใต้ของประเทศนอร์เวย์
ข่าวดังกล่าวสร้างความสงสัย และประหลาดใจว่าปรากฏการณ์ฟ้าผ่าสามารถฆ่าสัตว์ทั้งฝูงได้อย่างไร? เว็ปไซต์ The Verge ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ John Jensenius นักวิทยาศาสตร์จากออสเตรเลียที่จะมาไขข้อข้องใจดังกล่าว
โดย Jensenius กล่าวว่า จริงๆแล้วปรากฏการณ์ที่สัตว์ในฟาร์ม หรือสัตว์ป่าถูกฟ้าผ่าตายนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เราอาจรู้สึกว่ากวางเรนเดียร์ 323 ตัวที่เสียชีวิตนั้นเป็นจำนวนที่มาก แต่ในอดีตก็เคยมีรายงานแกะ 654 ตัวถูกฟ้าผ่าตายมาแล้ว เมื่อเกิดฟ้าผ่าขึ้นพวกสัตว์มีแนวโน้มที่จะหลบเข้าใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งอันตรายมาก และพวกมันจะตายหมดหากฟ้าผ่าเข้าที่ต้นไม้
ทั้งสัตว์และมนุษย์ที่เสียชีวิตจากฟ้าผ่านั้น มีสาเหตุมาจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลลงพื้นดิน และจะเข้าสู่ร่างกายหากเหยียบพื้นดินบริเวณนั้นโดยไม่ได้สวมรองเท้า ซึ่งสำหรับสัตว์นั้นโชคร้ายที่พวกมันมีสี่ขา ดังนั้นกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าไปในตัวจึงมีปริมาณมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่กวางเหล่านั้นจะต้องแตะตัวกันก็ได้รับกระแสไฟฟ้าได้ จากการที่มันยืนอยู่ในบริเวณพื้นดินที่กระแสไฟฟ้าเดินทางไปถึง
สำหรับระยะห่างที่ปลอดภัยเมื่อฟ้าผ่านั้นตอบได้ยากเนื่องจากระยะนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นความแรงของฟ้าผ่าเป็นต้น แต่จากกรณีของกวางเรนเดียร์ฝูงนี้ ดูเหมือนว่าพวกมันจะอยู่ในระยะเดียวกันไม่เกิน 50 - 80 ฟุต นับจากเส้นผ่าศูนย์กลางบริเวณที่ฟ้าผ่า ซึ่งเป็นระยะที่ความรุนแรงของมันส่งผลให้เสียชีวิตได้
เมื่อกระแสไฟฟ้าเดินทางเข้าสู่ร่างกาย มันจะผ่านเข้าไปยังระบบประสาท และส่งผลให้หัวใจหยุดเต้น ซึ่งในกรณีที่ผู้ถูกฟ้าผ่าเป็นมนุษย์นั้นสามารถทำ CPR ปั๊มหัวใจให้กลับมาเต้นใหม่ได้
ทั้งนี้นอกจากกระแสไฟฟ้าที่วิ่งมาตามพื้นแล้ว บางครั้งผู้เสียชีวิตอาจเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้าแลบ หรือที่เรียกว่า Side Flash ได้ ซึ่งเป็นการที่ไฟฟ้ากระโดดเข้าหาสื่อนำไฟฟ้าอื่นๆ เช่น ในกรณีที่หลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ ฟ้าผ่าลงมาที่ต้นไม้ และกระแสไฟฟ้ากระโดดเข้าใส่เสื้อผ้าที่เปียกฝนของผู้ที่หลบอยู่ แต่ปรากฏการณ์ลักษณะนี้จะฆ่าสิ่งมีชีวิตเพียง 1-2 ตัวเท่านั้น ไม่รุนแรงเหมือนกับกระแสไฟที่วิ่งมาตามพื้นดิน
ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าลดน้อยลงในช่วงหลายปีหลังมานี้ ในปีค.ศ. 1930 - 1940 เคยมีรายงานผู้ถูกฟ้าผ่าในออสเตรเลียประมาณ 300 - 400 คนต่อปี แต่ปัจจุบันอยู่ที่เฉลี่ย 31 คนต่อปี และในปีนี้มีรายงานผู้ถูกฟ้าผ่าแล้วจำนวน 32 คน







