
เมียนมาเข้มสินค้าทางเรือกระทบค้าชายแดนด่านเชียงรายสินค้าไทยอ้อมส่งเข้าจีน
ค้าชายแดนเชียงรายวุ่น หลังเมียนมาเข้มสินค้าไทยผ่านท่าเรือสบหลวย ส่งผลให้เรือสินค้าไทยต้องใช้เส้นทางอื่นเข้าจีน
ค้าชายแดนเชียงรายวุ่น หลังเมียนมาเข้มสินค้าไทยผ่านท่าเรือสบหลวย ส่งผลให้เรือสินค้าไทยต้องใช้เส้นทางอื่นเข้าจีน
น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา ประธานคณะกรรมการสาขาจังหวัดเชียงราย สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา และรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้การขนส่งสินค้าทางเรือจากไทยเข้าไปยังเมียนมาอาจลดลง หลังจากทางการเมียนมาได้ปิดท่าเรือสบหลวย ท่าเรือสำคัญก่อนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศจีนทางตอนใต้โดยแจ้งว่าท่าเรือดังกล่าวไม่ได้อยู่ในข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง
ทั้งนี้ ส่งผลให้เรือขนส่งสินค้าไทยต้องเลี่ยงเส้นทางการเดินเรือใหม่ รวมทั้งใช้เส้นทางขนส่งทางบกเพิ่มขึ้นแทน เพื่อขนส่งสินค้าผ่านเมียนมาเข้าสู่จีนตอนใต้ ซึ่งมีระยะทางไกลกว่าเดิม ขณะที่ข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำลานช้าง-แม่น้ำโขง เป็นการตกลงการเดินเรือพาณิชย์ร่วมกันของทั้ง 4 ประเทศได้แก่ จีน สปป.ลาว เมียนมา และไทย โดยกำหนดให้มีท่าเรือ 14 แห่ง
“ที่ผ่านมาสินค้าของไทยส่งออกไปจีนจำนวนมาก จะลงเรือที่เชียงแสนแล้วไปขึ้นฝั่งที่ท่าเรือสบหลวยของเมียนมา จากนั้นขนส่งด้วยรถยนต์ผ่านทางเขตปกครองพิเศษที่ 4 ไปเข้าจีน ซึ่งทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี กรณีประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกัน โดยท่าเรือสบหลวย ของเมียนมา เป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้ชายแดนจีนที่สุด” น.ส.ผกายมาศ กล่าว
นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การค้าชายแดนของเชียงรายครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้า โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมากกว่า 10% ในครึ่งหลังที่เหลือของปีนี้ หอการค้าจังหวัดเชียงราย คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกับครึ่งปีแรก มีอัตราเฉลี่ยรวมทั้งปีมากกว่า 10% ซึ่งเป็นปกติของการค้าชายแดนเชียงรายที่จะมีปริมาณการค้าในช่วงครึ่งปีหลังมากกว่าครึ่งปีแรก และในปีนี้คาดจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท โดยการส่งออกสินค้าไปจีนด่าน จ.เชียงราย สินค้าที่ต้องการมากคือ ผลไม้ไทยต่างๆ ส่วน สปป.ลาวและเมียนมาจะเน้นสินค้าอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก
ขณะที่สถานการณ์การค้าชายแดนของ จ.เชียงราย ครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2559) มีมูลค่าการค้ารวม 2.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.25% แยกเป็นการส่งออก 2.10 หมื่นล้านบาท นำเข้า 2,068.67 ล้านบาท โดยเป็นการค้ากับ สปป.ลาว มูลค่ารวม 1.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 30.17% การค้ากับเมียนมา มีมูลค่าการค้ารวม 6,834.21 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.07% ส่วนการค้ากับจีนตอนใต้ มีมูลค่าการค้ารวม 4,788.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 31.96%







