
เรตติ้งโอลิมปิกวูบ
วัยรุ่นเมินดูทีวี สถานีปรับแผน คิดโฆษณาออนไลน์แพง
วัยรุ่นเมินดูทีวี สถานีปรับแผน คิดโฆษณาออนไลน์แพง
ยอดผู้ชมโอลิมปิกลดวูบ วัยรุ่นเมินดูผ่านทีวี สถานีปรับแผนรุกแพลตฟอร์มใหม่ๆ ตั้งราคาโฆษณาออนไลน์แพงขึ้น
บลูมเบิร์ก รายงานว่า สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซียูนิเวอร์แซล ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดหลักในกีฬาโอลิมปิก ริโอเกมส์ 2016 ต้องเร่งปรับกลยุทธ์โฆษณาและการสร้างรายได้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง หลังจากยอดผู้ชม หรือเรตติ้งในโอลิมปิกครั้งนี้แย่ลงกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยลดลงถึงราว 17% เมื่อเทียบกับลอนดอนเกมส์ 4 ปีก่อน และกลุ่มวัยรุ่นลงมายังมีแนวโน้มที่จะชมกีฬาโอลิมปิกลดลงอย่างต่อเนื่อง
เบน ธอมป์สัน ผู้ก่อตั้งเว็บบล็อก บล็อกสแตรทเชอรี่ กล่าวว่า หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็คือ ผู้ชมกีฬาส่วนใหญ่มีแต่จะสูงวัยขึ้น โดยอายุเฉลี่ยของผู้ชมอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล และเบสบอลเมเจอร์ลีกในสหรัฐตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 47 ปี และ 53 ปี ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มวัยรุ่นลงมาต่างก็มีความสนใจใหม่ๆ เช่น วิดีโอเกม อี-สปอร์ตส์ และสแนปแชต
มาร์ค ลาซารัส ประธานของสถานีเอ็นบีซี สปอร์ตส์ กล่าวว่า ได้ปรับแผนทำเงินจากโอลิมปิกด้วยการให้ทางเลือกผู้ชมมากขึ้น เช่น ให้โควตาการถ่ายทอดทางออนไลน์กว่า 6,000 ชม. และยังให้เว็บไซต์บัซฟีดที่มีกลุ่มวัยรุ่นติดตามเป็นส่วนใหญ่ ดำเนินช่องโอลิมปิก สแนปแชต ด้วย
เอ็นบีซี ระบุว่า ทางสถานีสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอายุระหว่าง 18-49 ปีได้มากขึ้นในริโอเกมส์ครั้งนี้ และแม้ผู้ชมส่วนใหญ่ 98% จะยังรับชมผ่านทางโทรทัศน์ แต่ก็พบด้วยว่ากลุ่มผู้ชมในวัยเด็กและรุ่นมิลเลนเนียล หรือช่วงอายุ 30 ปีต้นลงมา มีแนวโน้มรับชมผ่านช่องทางอื่นๆ มากขึ้น ดังนั้นทางสถานีจึงต้องปรับตัวตามเช่นกัน เช่น หันไปเน้นคอนเทนต์ออนไลน์มากขึ้น โดยระวังสมดุลไม่ให้กระทบกับทีวีมากเกินไป
ขณะเดียวกัน เอ็นบีซียังคิดค่าโฆษณาบนสื่อออนไลน์แพงกว่าสื่อทีวีสูงสุดถึง 50% เนื่องจากเป็นสื่อที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้มากกว่า และบริษัทที่ต้องการทำการตลาดก็ต้องการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ โดยเอ็นบีซีคาดว่าจะสามารถทำกำไรจากโฆษณาช่วงโอลิมปิกเกมส์ปีนี้ได้มากกว่า 4 ปีที่แล้ว ที่มีกำไร 120 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4,156 ล้านบาท) ขณะที่ปีนี้ขายโฆษณาไปได้แล้ว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.15 หมื่นล้านบาท)







